อาหารขึ้นชื่อของภาคอีสาน

สูตรส้มตำนรก

มะละกอ
พริกเเห้ง หรือพริกขี้หนูสดก็ได้
มะนาว

มะเขือเทศ
มะขามเปียก
น้ำปลา
ชูรส (อันนี้เเล้วเเต่คนชอบ)
กะปิ
กระเทียม
ปูดอง

  นําหมากหุ่งและเครื่องปรุงมาตําใส่ครกคลุกให้เข้ากัน อย่างทั่วถึง ก็สิได้ส้มตํานรก หาหมากกระถินอ่อน หรือผักบุ้ง ผักกาดมาเป็นผักเคียงกินกลับ สุดยอดครับ..อิอิๆๆ (เว้ามานําลายไหล)คําเตือน ไผ๋เป็นโรคกระเพาะ หรือสิเดินทางใกลห้ามกินเป็นเด็ดขาด

 

ปล..สูตรยัยสอน เเต่บ่าวเซีงน้อยเป้นคนตำเด้อพี่น้อง เอิ๊กๆ


 

 

 ส่วนอันนี้ลอกเผิ่นมาเอาให้อ่านเเก้เผ็ดสื่อๆเด้อจ้า  

 สูตร ส้มตำปู รสเด็ด สะใจโรคจิต
สูตร ส้มตำปู รสเด็ด สะใจโรคจิต (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรปฏิบัติตาม บทความนี้เหมาะสำหรับผู้มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป)
อุปกรณ์
1. ครก ขนาด 3 ลิตร
2. สาก ขนาด ศ. 6 ซม. ยาว 30 ซม.
3. มีด ขนาดพอประมาณ สับมะละกอได้
4. ช้อนกินข้าว 1 คัน
5. จานขนาดใหญ่

เครื่องปรุง (จะกำหนดปริมาณในวิธีทำ)
1. มะละกอดิบ ดิบมากๆ หรือใครชอบ ใกล้ห่ามก็เอาเลย 1 ลูก สับๆ เฉาะๆ แล้วฝานเป็นชิ้นเล็ก ... ห้ามใช้ อุปกรณ์ปาดเส้นมะละกอสำเร็จรูปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นมันจะไม่อร่อย (ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผู้หลักผู้ใหญ่บอกมา)
2. พริกขี้หนู เท่านั้น ถึงจะหอม ขนาดยาวสัก 2 - 3 ซม. สีเขียวเท่านั้น
3. กระเทียม ขนาดเล็ก (ไม่รู้ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร)
4. มะนาว ผลสีเขียวเท่านั้น
5. มะเขือเทศ ขนาดกลาง (ไม่รู้ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร ที่สีของมันมักจะไม่ค่อยเหมือนกัน แดงบ้าง ซีดบ้าง)
6. มะกอก (หน้าหนาวเท่านั้นถึงจะมี)
7. ปูเค็ม ถ้าเป็นปูตัวเมียจะอร่อยมาก ถ้ามีไข่ด้วยยิ่งเด็ด (ถ้าก้ามใหญ่มากจากไทย ถ้าก้ามเล็กมาจากพม่า เอาอันไหนก็ได้ทั้งนั้น ขอให้ยังไม่เน่าก็พอ)
8. ผงชูรสแท้ อันนี้ขาดไม่ได้เด็ดขาดจริงๆ ถ้าส้มตำไม่ใส่ผงชูรส คือ ส้มตำปลอม !!
9. อื่นๆ ถ้ามี เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือดิบ บักอึ (เรียกถูกป่ะวะ) ถ้ามี น้ำมะขามยิ่งแจ๋ว
10. น้ำตาล... สำหรับสูตรนี้ ไม่ใส่ครับ
11. น้ำปลาแท้ เท่านั้น

วิธีทำ

1. ใส่พริกขี้หนูลงไปในครก โดยคิดปริมาณความเผ็ดดังนี้

เทียบอัตราส่วน ระหว่าง พริกขี้หนู กับ เส้นมะละกอ
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 5 เม็ด สำหรับเด็กกิน
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 10 เม็ด สำหรับบุคคลทั่วไป
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 3 เม็ด สำหรับผู้สังเกตการณ์
เส้นมะละกอ 1 หยิบกำมือ ต่อ พริกขี้หนู 20 เม็ด ขึ้นไปสำหรับคนโรคจิต

ในสูตรนี้ แนะนำให้ใช้ อัตราส่วนอันสุดท้าย

2. ใส่กระเทียมประมาณ 5 - 7 กลีบ (ใส่มากไปจะฉุนกระเทียม ไม่อร่อย ไม่ใส่ก็ไม่หอม... งงล่ะซี่)

3. ใส่เส้นมะละกอลงไปนิดหน่อย ประมาณ 20 เส้น แล้วตำไปพร้อมกับพริกแกระเทียม (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่เส้นมะละกอไปด้วยทำไม เห็นมืออาชีพเค้าชอบทำ แต่ที่เดาเอาไว้คือว่า กันพริกกระเด็นนั้นเอง) .... ขั้นตอนนี้ ต้องตำพริกให้แหลกละเอียด ยิ่งละเอียดยิ่งสะใจโรคจิต

4. จากนั้นให้ใส่ผงชูรส ประมาณ 1.5 - 2 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้สะใจโรคจิตไปอีกขั้นนึง .. เหตุผลที่ให้ใส่ในขั้นตอนนี้ ก็เพราะว่าเวลาเราใส่เครื่องต่างๆ ทับลงไปแล้ว จากนั้นพอเราเริ่มตำส้มตำ การคุ้ย คน ตำ คน ตำ คุ้ย คน ตำ ๆๆๆๆ จะทำให้ผงชูรสกระจายตัวดี

5. ใส่เส้นมะละกอ ประมาณ 1 หยิบกำมือลงไป ตามด้วยปูเค้ม 1.5 - 2 ตัว ถ้าตัวเล็ก ก็ 3 ตัว ... วิธีแกะปู ให้เปิดท้องมันออกมา ดึงท้องออกแล้วรีดขี้ดำๆ มันทิ้ง เพื่อรสจะไม่ขม-เหม็น แล้วเป็นการลดปริมาณท้องเสียด้วย แล้วงัดกระดองจากด้านหลังขึ้นรีดขี้บางส่วนที่ยังมีทิ้ง ... อย่ารีดเอามันปูทิ้งเด็ดขาด เพราะนั่นคือความนัว แบ่งตัวปูออกเป็น 4 ส่วนแล้วใส่ลงไป อ้อ!! ถ้าจะให้ดูไฮโซหน่อย ก็เด็ดปลายขาปูแหลมทิ้งด้วย

6. หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถ้ายิ่งเล็ก ยิ่งนัว แล้วทำให้คนทาน ทานหมดจาน ได้วิตามิน (เพราะคนส่วนใหญ่จะเหลือมะเขือเทศ แล้วทิ้ง) ใช้
มะเขือเทศ5 -8 ลูก แล้วแต่ความต้องการวิตามิน ฝานมะกอกเป็นชิ้นเล็กๆ เช่นกัน ประมาณ 1 - 2 ลูก ใส่ลูกมันลงไปด้วย

7. ใช้มะนาว 1.5 - 2 ลูก หั่นแบ่งแล้วบีบน้ำลงไปในครก ใส่เปลือกมะนาวลงไปด้วย (ที่บีบแล้ว) สัก 2 - 3 ซีก เพื่อได้รสชาด ฝาดๆ จะเปลือกมะนาว แต่อย่าลืมว่า ต้องเป็นมะนาวเด็กสีเขียวเท่านั้น เพราะถ้า เป็นสีเหลืองห้ามใส่เปลือกลงไป ไม่เช่นนั้นจะขม

8. เยาะน้ำปลาลงไป ... อย่าเยอะ !! ... อาจจะ 1 เยาะแรงๆ หรือ 2 - 3 เยาะแบบเบาๆ เพราะว่า ปูเค็ม มันเค็มมากอยู่แล้ว

9. พวกที่เป็นส่วนประกอบอื่นๆ ใส่ลงไปเล็กน้อยเท่านั้น ให้พอออกรส-กลิ่น มากไปจะเสียรสชาด แต่ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีผงชูรสช่วยไว้แล้ว

10. ตำ !!! ตำๆ คลุกๆ คนๆ คุเลงๆ ตำๆ ใช้ช้อนกินข้าวนี่แหละจกลงไปโดยอ้อมไปด้านหน้าเยื้องซ้าย แล้วควักเครื่องต่างๆ ขึ้นมาก ในขณะที่ตำสากลงไปบริเวณกึ่งกลาง สลับ ล่างขวา หรืออาจไม่แน่นอนในบางจังหวะ เพื่อให้เครื่องปรุงต่างเคลื่อนที่เป็นวง แล้วผสมกันอย่างดี ... การตำสาก ไม่ต้องแรงแต่ให้เน้นหนัก เพราะถ้าสักแต่ว่าตำแรงมันจะกระเด็นหกหมด ที่สำคัญ พยายามตำให้ปูแตกด้วยเพื่อให้ได้น้ำของปูกระจายไปทั่ว (ไม่ต้องกลัวว่าเศษปูจะแหลก ทานไม่สะดวก ทานไปเถอะครับ กรุบๆ ได้แคลเซี่ยม)

11. เมื่อเครื่องผสมเข้ากันดีแล้ว ลองจกขึ้นมาชิมน้ำสักนิด อย่าไปห่วงว่าคนรอกินจะรังเกียจ แม่ค้าร้านไหนที่ไม่จกขึ้นมาชิมมักจะไม่อร่อย ... จากนั้น จะรู้ว่ามันยังขาดเค็มไปนิด ให้เยาะน้ำปลาเบาๆ ไป 1 ที แบบเฉี่ยวๆ แล้วตำๆ คนๆ สัก 2 - 3 ที แล้วตักใส่จานเลย

12. พร้อมเสริฟ

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 337 คน กำลังออนไลน์