เพลงสรรเสริญพระบารมี

 ตามลิงค์ด้านล่างครับ

http://file1.uploadfile.biz/i/INEMMEIIIEWZIH

 ขนาดไม่ใหญ่ครับ รอโหลดนิดหน่อย 

thx จร้า

ผมเรียน ม.2 อยู่พอดีเลย

อาจารย์ที่โรงเรียนก็เข้มงวดมากๆ

ทำให้ผมกดดันในการหาข้อมูล

ขอบคุณครับๆๆ 

ขอบคุณครับ พอดีกับบทเรียนม.2

ประวัติความเป็นมาของบทเพลงสรรเสริญพระบารมี         

เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงเกียรติยศสำหรับถวายความเคารพต่อองค์พระประมุขของชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงเกียรติยศในจำนวน 5 เพลงด้วยกัน กลาวคือ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัยและเพลงวันชาติ ในบรรดาเพลงทั้งหมดนี้ได้กล่าวกันว่าเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงที่มีประวัติความเก่าแก่ที่สุด สับสนและซับซ้อนที่สุดเพลงสรรเสริญพระบารมี มีเค้าโครงว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีเพลงที่มีลักษณะคล้ายเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่ก่อนแล้ว ใช้บรรเลงในเวลาพระมหากษัตริย์เสด็จลงท้องพระโรงและเสด็จขึ้นแนวการใช้เพลงคำนับนั้นสันนิฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษ โดยกองทัพบกในปี พ.ศ.2395 ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีในฐานะเพลงชาตินั้น เริ่มปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีการใช้เพลง God Save the Queen ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติของอังกฤษ บรรเลงเป็นเพลงถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์ ตามแบบอย่างการฝึกทหารของอังกฤษ โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงถวายคำนับจนถึงปี พ.ศ.2414 จนถูกเปลี่ยนเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ใช้ทำนองเพลง God save the Queen แต่งคำร้องสรรเสริญพระบารมีถวายโดยให้ชื่อว่า "เพลงจอมราชจงเจริญ" จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองสิงคโปร์และเกาะชวาในปี พ.ศ. 2414 ขณะที่ทรงประทับอยู่ที่สิงคโปร์นั้น ทหารอังกฤษได้ใช้เพลง God Save the King บรรเลงเป็นเพลงเกียรติยศรับเสด็จ ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่าทั้งอังกฤษและไทยต่างใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเพลงเดียวกัน ต่อมาเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองปัตตาเวีย ชาวฮอลันดาที่ตั้งอาณานิคมที่นั้น ได้ถามถึงเพลงประจำชาติของไทย เพื่อจะได้นำไปบรรเลงรับเสด็จ พระองค์จึงมีพระราชดำริแก่ครูดนตรีไทย ให้แต่งเพลงแตรวงรับเสด็จเพื่อใช้แทนเพลง God Save the Queenคณะครูดนตรีไทยจึงได้เสนอเพลงบุหลันลอยเลื่อน (เพลงทรงพระสุบิน) ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเฮวุดเซน (Heutsen) ครูดนตรีในกรมทหารมหาดเล็กชาวฮอลันดา เรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่ให้เป็นทางดนตรีตะวันตก และได้ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2414 จนถึง พ.ศ. 2431 (ดร. สุกรี เจริญสุข ได้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพลงเดียวกันกับเพลงสรรเสริญเสือป่า ซึ่งใช้เป็นเพลงเกียรติยศของเสือป่าในสมัยรัชกาลที่ 6

ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับที่เป็นผลงานของ ปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2431 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้ออกบรรเลงครั้งแรกที่ศาลายุทธนาธิการในปีเดียวกัน ต่อมาทรงนิพนธ์เนื้อร้องของเพลงนี้อีกหลายเนื้อร้องเพื่อขับร้องในกลุ่มต่าง ๆ กัน เช่น ทหาร นักเรียนชาย นักเรียนหญิง เป็นต้น แต่มีเนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกสำนวนหนึ่งที่เป็นพระนิพนธ์ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนวนนี้เป็นสำนวนสำหรับทหารเรือขับร้องโดยเฉพาะ โดยเพลง สรรเสริญพระบารมีเคยถูกนำมาใช้เป็นเพลงประจำชาติของไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2431 - 2475 นับเป็นเพลงชาติไทยฉบับที่ 3 ของไทย

เพลงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเพลงสรรเสริญพระบารมี

เพลงสายสมร (สรรเสริญพระนารายณ์)

เพลง God save the Queen (จอมราชจงเจริญ)

เพลงสรรเสริญพระบารมีในรูปแบบการร้องและการแต่งที่ต่างกัน

๑. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ฉบับแรก เป็นโคลง)

๒.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องกันทั่วไป)

๓.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องของทหารร้องถวาย)

๔. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องทั่วไป)

๕.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ปัจจุบัน)

ความหมายโดยการแปลความโดยรวม

“ข้าพระพุทธเจ้าขอเอาดวงใจและศรีษะกราบถวายบังคมพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีบุญมากล้น       ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่ยิ่งใหญ่ ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งประเทศสยาม      ผู้ดำรงพระยศที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน ราษฎรทั้งหลายอยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้เพราะพระองค์ผู้ทรงพระคุณทรงปกป้องคุ้มครอง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรชัยมงคล ทรงมุ่งหวังสิ่งใดขอให้บังเกิดผลตามที่พระราชหฤทัยปราถนาสมดังที่ข้าพระพุทธเจ้าถวายพระพรชัยมงคลนั้นเทอญ”

คุณค่าของเพลง สรรเสริญพระบารมี            

1.เป็นเครื่องช่วยแสดงความจงรักภักดีของเราที่มีต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และ พระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้ง พระบรมราชวงศ์             2.ช่วยสร้างความสามัคคี ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์             3.นับเป็นศิลปะการประพันธ์เพลงอันเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์จักรี            4.สื่อความหมาย ความสำคัญ ของพระมหากษัตริย์ ที่มีส่วนช่วย ปกป้องรักษา ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนประชาชน

 คำยืมภาษาบาลี และ ภาษาสันสกฤต

ภายในเพลงสรรเสริญพระบารมีมีการใช้คำยืม ภาษาบาลี-สันสกฤตจำนวนมาก เช่น

      วรพุทธ แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ” มาจากคำว่า วร (วอ-ระ) แปลว่า “ประเสริฐ” รวมกับคำว่า พุทฺธ แปลว่า “พระพุทธเจ้า” โดยคำว่า วรพุทธ เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ข้าวรพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง ข้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการแทน สรรพนามบุรุษที่ 1 ที่สามัญชนใช้เรียกตนเอง เมื่อกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      มโน แปลว่า “ใจ,ดวงใจ,หัวใจ” มาจากภาษาบาลี คำว่า มโน      ศิระ แปลว่า “หัว,ศรีษะ” มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า ศิร หรือ ศิรสฺ

      ภูมิบาล แปลว่า “ผู้ปกป้องแผ่นดิน,พระมหากษัตริย์” มาจากคำร่วมในภาษาบาลี สันสกฤต คำว่า ภูมิปาล

_________________________________________________________________________________

หากต้องการเนื้อหาที่ละเอียดกว่าให้โหลดไฟล์ word ที่เคยเอามาลงไว้ก่อนแล้วนะครับ

 

ประวัติความเป็นมาของบทเพลงสรรเสริญพระบารมี          เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงเกียรติยศสำหรับถวายความเคารพต่อองค์พระประมุขของชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงเกียรติยศในจำนวน 5 เพลงด้วยกัน กลาวคือ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัยและเพลงวันชาติ ในบรรดาเพลงทั้งหมดนี้ได้กล่าวกันว่าเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงที่มีประวัติความเก่าแก่ที่สุด สับสนและซับซ้อนที่สุดเพลงสรรเสริญพระบารมี มีเค้าโครงว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีเพลงที่มีลักษณะคล้ายเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่ก่อนแล้ว ใช้บรรเลงในเวลาพระมหากษัตริย์เสด็จลงท้องพระโรงและเสด็จขึ้นแนวการใช้เพลงคำนับนั้นสันนิฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษ โดยกองทัพบกในปี พ.ศ.2395 ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีในฐานะเพลงชาตินั้น เริ่มปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีการใช้เพลง God Save the Queen ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติของอังกฤษ บรรเลงเป็นเพลงถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์ ตามแบบอย่างการฝึกทหารของอังกฤษ โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงถวายคำนับจนถึงปี พ.ศ.2414 จนถูกเปลี่ยนเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ใช้ทำนองเพลง God save the Queen แต่งคำร้องสรรเสริญพระบารมีถวายโดยให้ชื่อว่า "เพลงจอมราชจงเจริญ" จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองสิงคโปร์และเกาะชวาในปี พ.ศ. 2414 ขณะที่ทรงประทับอยู่ที่สิงคโปร์นั้น ทหารอังกฤษได้ใช้เพลง God Save the King บรรเลงเป็นเพลงเกียรติยศรับเสด็จ ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่าทั้งอังกฤษและไทยต่างใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเพลงเดียวกัน ต่อมาเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองปัตตาเวีย ชาวฮอลันดาที่ตั้งอาณานิคมที่นั้น ได้ถามถึงเพลงประจำชาติของไทย เพื่อจะได้นำไปบรรเลงรับเสด็จ พระองค์จึงมีพระราชดำริแก่ครูดนตรีไทย ให้แต่งเพลงแตรวงรับเสด็จเพื่อใช้แทนเพลง God Save the Queenคณะครูดนตรีไทยจึงได้เสนอเพลงบุหลันลอยเลื่อน (เพลงทรงพระสุบิน) ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเฮวุดเซน (Heutsen) ครูดนตรีในกรมทหารมหาดเล็กชาวฮอลันดา เรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่ให้เป็นทางดนตรีตะวันตก และได้ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2414 จนถึง พ.ศ. 2431 (ดร. สุกรี เจริญสุข ได้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพลงเดียวกันกับเพลงสรรเสริญเสือป่า ซึ่งใช้เป็นเพลงเกียรติยศของเสือป่าในสมัยรัชกาลที่ 6

ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับที่เป็นผลงานของ ปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2431 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้ออกบรรเลงครั้งแรกที่ศาลายุทธนาธิการในปีเดียวกัน ต่อมาทรงนิพนธ์เนื้อร้องของเพลงนี้อีกหลายเนื้อร้องเพื่อขับร้องในกลุ่มต่าง ๆ กัน เช่น ทหาร นักเรียนชาย นักเรียนหญิง เป็นต้น แต่มีเนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกสำนวนหนึ่งที่เป็นพระนิพนธ์ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนวนนี้เป็นสำนวนสำหรับทหารเรือขับร้องโดยเฉพาะ โดยเพลง สรรเสริญพระบารมีเคยถูกนำมาใช้เป็นเพลงประจำชาติของไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2431 - 2475 นับเป็นเพลงชาติไทยฉบับที่ 3 ของไทย

เพลงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเพลงสรรเสริญพระบารมี

เพลงสายสมร (สรรเสริญพระนารายณ์)

เพลง God save the Queen (จอมราชจงเจริญ)

เพลงสรรเสริญพระบารมีในรูปแบบการร้องและการแต่งที่ต่างกัน

๑. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ฉบับแรก เป็นโคลง)

๒.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องกันทั่วไป)

๓.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องของทหารร้องถวาย)

๔. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องทั่วไป)

๕.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ปัจจุบัน)

ความหมายโดยการแปลความโดยรวม“ข้าพระพุทธเจ้าขอเอาดวงใจและศรีษะกราบถวายบังคมพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีบุญมากล้น       ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่ยิ่งใหญ่ ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งประเทศสยาม      ผู้ดำรงพระยศที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน ราษฎรทั้งหลายอยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้เพราะพระองค์ผู้ทรงพระคุณทรงปกป้องคุ้มครอง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรชัยมงคล ทรงมุ่งหวังสิ่งใดขอให้บังเกิดผลตามที่พระราชหฤทัยปราถนาสมดังที่ข้าพระพุทธเจ้าถวายพระพรชัยมงคลนั้นเทอญ”

คุณค่าของเพลง สรรเสริญพระบารมี            1.เป็นเครื่องช่วยแสดงความจงรักภักดีของเราที่มีต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และ พระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้ง พระบรมราชวงศ์             2.ช่วยสร้างความสามัคคี ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์             3.นับเป็นศิลปะการประพันธ์เพลงอันเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์จักรี            4.สื่อความหมาย ความสำคัญ ของพระมหากษัตริย์ ที่มีส่วนช่วย ปกป้องรักษา ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนประชาชนคำยืมภาษาบาลี และ ภาษาสันสกฤต

ภายในเพลงสรรเสริญพระบารมีมีการใช้คำยืม ภาษาบาลี-สันสกฤตจำนวนมาก เช่น

      วรพุทธ แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ” มาจากคำว่า วร (วอ-ระ) แปลว่า “ประเสริฐ” รวมกับคำว่า พุทฺธ แปลว่า “พระพุทธเจ้า” โดยคำว่า วรพุทธ เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ข้าวรพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง ข้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการแทน สรรพนามบุรุษที่ 1 ที่สามัญชนใช้เรียกตนเอง เมื่อกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      มโน แปลว่า “ใจ,ดวงใจ,หัวใจ” มาจากภาษาบาลี คำว่า มโน      ศิระ แปลว่า “หัว,ศรีษะ” มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า ศิร หรือ ศิรสฺ

      ภูมิบาล แปลว่า “ผู้ปกป้องแผ่นดิน,พระมหากษัตริย์” มาจากคำร่วมในภาษาบาลี สันสกฤต คำว่า ภูมิปาล

_________________________________________________________________________________

หากต้องการเนื้อหาที่ละเอียดกว่าให้โหลดไฟล์ word ที่เคยเอามาลงไว้ก่อนแล้วนะครับ

ประวัติความเป็นมาของบทเพลงสรรเสริญพระบารมี          เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงเกียรติยศสำหรับถวายความเคารพต่อองค์พระประมุขของชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงเกียรติยศในจำนวน 5 เพลงด้วยกัน กลาวคือ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัยและเพลงวันชาติ ในบรรดาเพลงทั้งหมดนี้ได้กล่าวกันว่าเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงที่มีประวัติความเก่าแก่ที่สุด สับสนและซับซ้อนที่สุดเพลงสรรเสริญพระบารมี มีเค้าโครงว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีเพลงที่มีลักษณะคล้ายเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่ก่อนแล้ว ใช้บรรเลงในเวลาพระมหากษัตริย์เสด็จลงท้องพระโรงและเสด็จขึ้นแนวการใช้เพลงคำนับนั้นสันนิฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษ โดยกองทัพบกในปี พ.ศ.2395 ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีในฐานะเพลงชาตินั้น เริ่มปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีการใช้เพลง God Save the Queen ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติของอังกฤษ บรรเลงเป็นเพลงถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์ ตามแบบอย่างการฝึกทหารของอังกฤษ โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงถวายคำนับจนถึงปี พ.ศ.2414 จนถูกเปลี่ยนเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ใช้ทำนองเพลง God save the Queen แต่งคำร้องสรรเสริญพระบารมีถวายโดยให้ชื่อว่า "เพลงจอมราชจงเจริญ" จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองสิงคโปร์และเกาะชวาในปี พ.ศ. 2414 ขณะที่ทรงประทับอยู่ที่สิงคโปร์นั้น ทหารอังกฤษได้ใช้เพลง God Save the King บรรเลงเป็นเพลงเกียรติยศรับเสด็จ ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่าทั้งอังกฤษและไทยต่างใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเพลงเดียวกัน ต่อมาเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองปัตตาเวีย ชาวฮอลันดาที่ตั้งอาณานิคมที่นั้น ได้ถามถึงเพลงประจำชาติของไทย เพื่อจะได้นำไปบรรเลงรับเสด็จ พระองค์จึงมีพระราชดำริแก่ครูดนตรีไทย ให้แต่งเพลงแตรวงรับเสด็จเพื่อใช้แทนเพลง God Save the Queenคณะครูดนตรีไทยจึงได้เสนอเพลงบุหลันลอยเลื่อน (เพลงทรงพระสุบิน) ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเฮวุดเซน (Heutsen) ครูดนตรีในกรมทหารมหาดเล็กชาวฮอลันดา เรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่ให้เป็นทางดนตรีตะวันตก และได้ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2414 จนถึง พ.ศ. 2431 (ดร. สุกรี เจริญสุข ได้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพลงเดียวกันกับเพลงสรรเสริญเสือป่า ซึ่งใช้เป็นเพลงเกียรติยศของเสือป่าในสมัยรัชกาลที่ 6

ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับที่เป็นผลงานของ ปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2431 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้ออกบรรเลงครั้งแรกที่ศาลายุทธนาธิการในปีเดียวกัน ต่อมาทรงนิพนธ์เนื้อร้องของเพลงนี้อีกหลายเนื้อร้องเพื่อขับร้องในกลุ่มต่าง ๆ กัน เช่น ทหาร นักเรียนชาย นักเรียนหญิง เป็นต้น แต่มีเนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกสำนวนหนึ่งที่เป็นพระนิพนธ์ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนวนนี้เป็นสำนวนสำหรับทหารเรือขับร้องโดยเฉพาะ โดยเพลง สรรเสริญพระบารมีเคยถูกนำมาใช้เป็นเพลงประจำชาติของไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2431 - 2475 นับเป็นเพลงชาติไทยฉบับที่ 3 ของไทย

เพลงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเพลงสรรเสริญพระบารมี

เพลงสายสมร (สรรเสริญพระนารายณ์)

เพลง God save the Queen (จอมราชจงเจริญ)

เพลงสรรเสริญพระบารมีในรูปแบบการร้องและการแต่งที่ต่างกัน

๑. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ฉบับแรก เป็นโคลง)

๒.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องกันทั่วไป)

๓.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องของทหารร้องถวาย)

๔. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องทั่วไป)

๕.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ปัจจุบัน)

ความหมายโดยการแปลความโดยรวม“ข้าพระพุทธเจ้าขอเอาดวงใจและศรีษะกราบถวายบังคมพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีบุญมากล้น       ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่ยิ่งใหญ่ ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งประเทศสยาม      ผู้ดำรงพระยศที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน ราษฎรทั้งหลายอยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้เพราะพระองค์ผู้ทรงพระคุณทรงปกป้องคุ้มครอง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรชัยมงคล ทรงมุ่งหวังสิ่งใดขอให้บังเกิดผลตามที่พระราชหฤทัยปราถนาสมดังที่ข้าพระพุทธเจ้าถวายพระพรชัยมงคลนั้นเทอญ”คุณค่าของเพลง สรรเสริญพระบารมี            1.เป็นเครื่องช่วยแสดงความจงรักภักดีของเราที่มีต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และ พระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้ง พระบรมราชวงศ์             2.ช่วยสร้างความสามัคคี ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์             3.นับเป็นศิลปะการประพันธ์เพลงอันเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์จักรี            4.สื่อความหมาย ความสำคัญ ของพระมหากษัตริย์ ที่มีส่วนช่วย ปกป้องรักษา ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนประชาชนคำยืมภาษาบาลี และ ภาษาสันสกฤต

ภายในเพลงสรรเสริญพระบารมีมีการใช้คำยืม ภาษาบาลี-สันสกฤตจำนวนมาก เช่น

      วรพุทธ แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ” มาจากคำว่า วร (วอ-ระ) แปลว่า “ประเสริฐ” รวมกับคำว่า พุทฺธ แปลว่า “พระพุทธเจ้า” โดยคำว่า วรพุทธ เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ข้าวรพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง ข้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการแทน สรรพนามบุรุษที่ 1 ที่สามัญชนใช้เรียกตนเอง เมื่อกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      มโน แปลว่า “ใจ,ดวงใจ,หัวใจ” มาจากภาษาบาลี คำว่า มโน      ศิระ แปลว่า “หัว,ศรีษะ” มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า ศิร หรือ ศิรสฺ

      ภูมิบาล แปลว่า “ผู้ปกป้องแผ่นดิน,พระมหากษัตริย์” มาจากคำร่วมในภาษาบาลี สันสกฤต คำว่า ภูมิปาล

_________________________________________________________________________________

หากต้องการเนื้อหาที่ละเอียดกว่าให้โหลดไฟล์ word ที่เคยเอามาลงไว้ก่อนแล้วนะครับ

ประวัติความเป็นมาของบทเพลงสรรเสริญพระบารมี          เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงเกียรติยศสำหรับถวายความเคารพต่อองค์พระประมุขของชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงเกียรติยศในจำนวน 5 เพลงด้วยกัน กลาวคือ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัยและเพลงวันชาติ ในบรรดาเพลงทั้งหมดนี้ได้กล่าวกันว่าเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงที่มีประวัติความเก่าแก่ที่สุด สับสนและซับซ้อนที่สุดเพลงสรรเสริญพระบารมี มีเค้าโครงว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีเพลงที่มีลักษณะคล้ายเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่ก่อนแล้ว ใช้บรรเลงในเวลาพระมหากษัตริย์เสด็จลงท้องพระโรงและเสด็จขึ้นแนวการใช้เพลงคำนับนั้นสันนิฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษ โดยกองทัพบกในปี พ.ศ.2395 ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีในฐานะเพลงชาตินั้น เริ่มปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีการใช้เพลง God Save the Queen ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติของอังกฤษ บรรเลงเป็นเพลงถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์ ตามแบบอย่างการฝึกทหารของอังกฤษ โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงถวายคำนับจนถึงปี พ.ศ.2414 จนถูกเปลี่ยนเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ใช้ทำนองเพลง God save the Queen แต่งคำร้องสรรเสริญพระบารมีถวายโดยให้ชื่อว่า "เพลงจอมราชจงเจริญ" จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองสิงคโปร์และเกาะชวาในปี พ.ศ. 2414 ขณะที่ทรงประทับอยู่ที่สิงคโปร์นั้น ทหารอังกฤษได้ใช้เพลง God Save the King บรรเลงเป็นเพลงเกียรติยศรับเสด็จ ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่าทั้งอังกฤษและไทยต่างใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเพลงเดียวกัน ต่อมาเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองปัตตาเวีย ชาวฮอลันดาที่ตั้งอาณานิคมที่นั้น ได้ถามถึงเพลงประจำชาติของไทย เพื่อจะได้นำไปบรรเลงรับเสด็จ พระองค์จึงมีพระราชดำริแก่ครูดนตรีไทย ให้แต่งเพลงแตรวงรับเสด็จเพื่อใช้แทนเพลง God Save the Queenคณะครูดนตรีไทยจึงได้เสนอเพลงบุหลันลอยเลื่อน (เพลงทรงพระสุบิน) ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเฮวุดเซน (Heutsen) ครูดนตรีในกรมทหารมหาดเล็กชาวฮอลันดา เรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่ให้เป็นทางดนตรีตะวันตก และได้ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2414 จนถึง พ.ศ. 2431 (ดร. สุกรี เจริญสุข ได้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพลงเดียวกันกับเพลงสรรเสริญเสือป่า ซึ่งใช้เป็นเพลงเกียรติยศของเสือป่าในสมัยรัชกาลที่ 6

ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับที่เป็นผลงานของ ปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2431 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องประกอบและได้ออกบรรเลงครั้งแรกที่ศาลายุทธนาธิการในปีเดียวกัน ต่อมาทรงนิพนธ์เนื้อร้องของเพลงนี้อีกหลายเนื้อร้องเพื่อขับร้องในกลุ่มต่าง ๆ กัน เช่น ทหาร นักเรียนชาย นักเรียนหญิง เป็นต้น แต่มีเนื้อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกสำนวนหนึ่งที่เป็นพระนิพนธ์ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนวนนี้เป็นสำนวนสำหรับทหารเรือขับร้องโดยเฉพาะ โดยเพลง สรรเสริญพระบารมีเคยถูกนำมาใช้เป็นเพลงประจำชาติของไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2431 - 2475 นับเป็นเพลงชาติไทยฉบับที่ 3 ของไทย

เพลงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเพลงสรรเสริญพระบารมี

เพลงสายสมร (สรรเสริญพระนารายณ์)

เพลง God save the Queen (จอมราชจงเจริญ)

เพลงสรรเสริญพระบารมีในรูปแบบการร้องและการแต่งที่ต่างกัน

๑. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ฉบับแรก เป็นโคลง)

๒.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องกันทั่วไป)

๓.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องของทหารร้องถวาย)

๔. เพลงสรรเสริญพระบารมี  (แบบร้องทั่วไป)

๕.เพลงสรรเสริญพระบารมี  (ปัจจุบัน)

ความหมายโดยการแปลความโดยรวม“ข้าพระพุทธเจ้าขอเอาดวงใจและศรีษะกราบถวายบังคมพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีบุญมากล้น       ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่ยิ่งใหญ่ ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งประเทศสยาม      ผู้ดำรงพระยศที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน ราษฎรทั้งหลายอยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้เพราะพระองค์ผู้ทรงพระคุณทรงปกป้องคุ้มครอง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรชัยมงคล ทรงมุ่งหวังสิ่งใดขอให้บังเกิดผลตามที่พระราชหฤทัยปราถนาสมดังที่ข้าพระพุทธเจ้าถวายพระพรชัยมงคลนั้นเทอญ”คุณค่าของเพลง สรรเสริญพระบารมี            1.เป็นเครื่องช่วยแสดงความจงรักภักดีของเราที่มีต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และ พระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้ง พระบรมราชวงศ์             2.ช่วยสร้างความสามัคคี ความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์             3.นับเป็นศิลปะการประพันธ์เพลงอันเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์จักรี            4.สื่อความหมาย ความสำคัญ ของพระมหากษัตริย์ ที่มีส่วนช่วย ปกป้องรักษา ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนประชาชนคำยืมภาษาบาลี และ ภาษาสันสกฤต

ภายในเพลงสรรเสริญพระบารมีมีการใช้คำยืม ภาษาบาลี-สันสกฤตจำนวนมาก เช่น

      วรพุทธ แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ” มาจากคำว่า วร (วอ-ระ) แปลว่า “ประเสริฐ” รวมกับคำว่า พุทฺธ แปลว่า “พระพุทธเจ้า” โดยคำว่า วรพุทธ เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ข้าวรพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง ข้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการแทน สรรพนามบุรุษที่ 1 ที่สามัญชนใช้เรียกตนเอง เมื่อกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      มโน แปลว่า “ใจ,ดวงใจ,หัวใจ” มาจากภาษาบาลี คำว่า มโน      ศิระ แปลว่า “หัว,ศรีษะ” มาจากภาษาสันสกฤตคำว่า ศิร หรือ ศิรสฺ

      ภูมิบาล แปลว่า “ผู้ปกป้องแผ่นดิน,พระมหากษัตริย์” มาจากคำร่วมในภาษาบาลี สันสกฤต คำว่า ภูมิปาล

_________________________________________________________________________________

หากต้องการเนื้อหาที่ละเอียดกว่าให้โหลดไฟล์ word ที่เคยเอามาลงไว้ก่อนแล้วนะครับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 3 คน และ ผู้เยี่ยมชม 361 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29528
  • jiobo666
  • penelopemu