ประวัติ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

ประวัติ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) 

การเกิด

ระยาศรีสุนทรโวหาร ญาณปรีชามาตย์ บรมนารถนิตยภักดี พิริยพาหะ เดิมชื่อ น้อย เกิดที่บ้านในคลองโสธร แขวงเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อ วันที่ 6 เดือน 8 แรม 2 ค่ำ ปีมะเมีย จัตวาศก จุลศักราช 1184 ตรงกับวันที่ 5 กรกฎาคม รัตนโกสินทรศก 41 บิดาชื่อ ทองดี มารดาชื่อ บัว ท่าน เป็นบุตรคนที่ 6


การศึกษา

 

เมื่ออายุได้ประมาณ 6-7 ปี เรียนหนังสือไทยกับหลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร์ กรมการเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพี่ชายใหญ่ของท่าน ในขณะที่หลวงบรรเทาทุกข์ราษฎร อุปสมบทเป็นภิกษุอยู่ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่ออายุ 13 ปี ท่านได้เข้าไปศึกษาต่อในพระนคร อยู่กับสามเณรน้าชาย ชื่อทัด ณ วัดสระเกศวรวิหาร อายุ 14 ปี บรรพชาเป็นสามเณรเรียนหนังสือไทยกับพระกรรมวาจาจารย์ (จัน) เรียนหนังสือขอมกับพระครุวิหารกิจจานุการ (กรรมวาจาจัน) ศึกษาพระธรรมวินัยจากสำนักต่าง ๆ เช่น

ท่านได้บวชเป็นสามเณร 8 ปี เมื่ออายุ 21 ปี ได้อุปสมบทที่วัดสระเกศวรวิหาร ท่านแตกฉานทั้ง ภาษาไทย ภาษาขอม ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต รู้การแต่งคำประพันธ์ฉันทลักษณ์เป็นอย่างดี เมื่ออายุ 24 ปี ได้เข้าแปลปริยัติธรรมในที่ประชุมพระราชาคณะ ณ วัดราษฎร์บูรณะได้เป็นเปรียญ 5 ประโยคด้วยระยะเวลานั้น วัดสระเกศวรวิหารขาดพระมหาเปรียญเป็นเวลานับสิบปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโสมนัสยินดี ทรงเฉลิมพระราชศรัทธาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดใหม่ รื้อกุฏิเก่าฝาไม้ไผ่ออกสร้างกุฏิตึกเป็นเสนาสนะงดงาม ตลอดทั้งก่อสร้างสถาปนาภูเขาทองด้วยนับเป็นเกียรติยศอย่างสูง ด้วยความอุตสาหะพากเพียรใฝ่รู้ของท่าน จึงได้ขอศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพรรษาที่ 6 ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในที่ประชุมพระราชาคณะ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สอบได้เปรียญ 7 ประโยค พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระราชาคณะที่ พระประสิทธิสุตคุณ


บั้นปลายชีวิต

 

พ.ศ. 2434 ท่านได้ป่วยเป็นโรค ไข้จับสั่น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมอหลวงรักษา และให้พาหมอเชลยศักดิ์มารักษาด้วย แต่อาการไม่ดีขึ้น ดังนั้นในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2434 ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมรวมอายุได้ 69 ปี


อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

 

อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ตั้งอยู่ถนนศรีโสธรตัดใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตรงข้ามสัมมนาคารบางปะกงปาร์ค (มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์) รูปปั้นทำด้วยโลหะหล่อสูง ๒.๖๕ เมตร ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๒ 


การทำงาน

 

 

พ.ศ. 2396 ท่านลาสิกขาบท เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ดำรงค์ (หรือเจ้าหมื่นสรรพเพชรภักดีในขณะนั้น) ได้นำท่านเข้าถวายตัวรับราชการอยู่ในกรมมหาดเล็กเวรศักดิ์ รัชกาลที่ 4 ทรงใช้สอยในเรื่องหนังสือไทย หนังสือขอมคล่องแคล่ว ตอมที่พระองค์ต้องการ ไม่ว่าจะติดขัดในประการใดก็ช่วยเหลือพระองค์ได้เสมอ ท่านรับราชการ 1 ปี ก็ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นที่ ขุนประสิทธิ์อักษรศาสตร์ทำงานเป็นผู้ช่วยของเจ้ากรมพระยารักษ์ ว่าที่เจ้ากรมอักษรพิมพการ ครั้นถึงในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งเป็น ขุนสารประเสริฐปลัดทูลฉลอง กรมพระอาลักษณ์ และเมื่อเจ้านครเชียงใหม่นำช้างเผือกมาถวาย ท่านจึงได้แต่งฉันท์กล่อมช้าง

พ.ศ. 2414 ท่านได้คิดแบบสอนอ่านหนังสือไทย รวม 6 เล่ม ได้แก่ มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน พิศาลการันต์ ไวพจน์พิจารณ์ (ไวพจน์พิจารณ์แต่งในปี พ.ศ. 2425) ซึ่งเป็นที่ถูกพระราชหฤทัยของพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอันมาก ท่านจึงได้เลื่อนยศขึ้นเป็น พระสารประเสริฐปลัดทูลฉลอง กรมพระอาลักษณ์

พ.ศ. 2415 ท่านได้เป็นครูสอนหนังสือไทย ในกรมมหาดเล็ก

พ.ศ. 2416 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นอาจารย์สอนพระราชวงศ์ที่ยังพระเยาว์ และบุตรหลานข้าราชการได้รับพระราชทานเงินเดือน เดือนละ 60 บาท ภายหลังได้คิดแบบเรียนอีกหลายเล่ม เช่น อนันตวิภาค เขมรากษรมาลา (หนังสือขอม) นิติสารสาธก ปกรนำพจนาตถ์ โคลงฉันท์หลายเรื่อง

พ.ศ. 2418 ในปีนั้นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ถึงแก่กรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระสารประเสริฐขึ้นเป็น พระศรีสุนทรโวหารเจ้ากรมอาลักษณ์ ถือศักดินา 3,000 ไร่

. ศ. 2422 เมื่อมีการปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามท่านได้มีส่วนในการแต่งโคลงรามเกียรติ์เพื่อจารึกที่ระเบียงรอบพระอุโบสถ และเป็นท่านยังเป็นแม่กองตรวจโคลงรามเกียรติ์ที่ข้าราชการแต่งทูลเกล้าฯ ถวายอีกด้วย ผลงานและความชอบในครั้งนั้นได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาศรีสุนทรโวหาร ญานปรีชามาตย์บรมนาคนิตยภักดีพิริยะ พาหะ” ถือศักดินา 3,000 ไร่ และได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดปีละ 4 ชั่ง

พ.ศ. 2425 ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้เป็นองคมนตรีเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และทำหน้าที่เป็นเลขานุการสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และองคมนตรีสภาอีกด้วย  และให้มีการปฏิรูปการศึกษา โดยตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรก ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2414 โดยมีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็นอาจารย์ใหญ่คนแรก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ให้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฏราชกุมาร 

 

พ.ศ. 2432 ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า และได้รับพระราชทานพานหมากคนโททอง กระโถนทอง เป็นเครื่องยศ


ผลงาน

 

เป็นแบบเรียนหนังสือไทยในขั้นรากฐานเบื้องต้น  ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วจะอ่านเขียนหนังสือไทยขั้นต้นได้อย่างดี  และนำไปสู่การเรียนรู้ในขั้นต่อไปได้ง่าย  ดังนั้นมูลบทบรรพกิจจึงเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญสูงสุด             หนังสือมูลบทบรรพกิจเริ่มด้วยการแสดงรูปสระ  ตัวอักษร  วรรณยุกต์  และเครื่องหมายพิเศษต่าง ๆ  อักษรแบ่งออกเป็น 3 หมู่ คือ  อักษรสูง  อักษรกลาง  และอักษรต่ำ  จากนั้นนำอักษรไปประสมเสียงตามสระเป็น แม่ ก กา  แล้วผันด้วยวรรณยุกต์ แจกด้วย แม่ กน  แล้วผันด้วยวรรณยุกต์  แจกในแม่ กง  แล้วผันด้วยวรรณยุกต์  แจกด้วยแม่ กก แม่ กด  แม่ กบ  ทั้ง 3 แม่นี้  เป็นคำตาย  ผันด้วย วรรณยุกต์ เอก โท  ไม่ได้  การมี ห นำ อักษรต่ำใน แม่ กก กด กบ  แจกในแม่ กม  แล้วผันด้วยวรรณยุกต์  แจกด้วยแม่ เกย  แล้วผันด้วยวรรณยุกต์

  • วาหนิติ์นิกร

เป็นแบบเรียนที่ว่าด้วยเรื่อง การผันอักษรนำ คือ การผันอักษรสูงต่ำ และการผันอักษรกลางนำอักษรต่ำ

  • อักษรประโยค

เป็นแบบเรียนที่ว่าด้วยเรื่อง คำควบกล้ำ ร ล ว

  • สังโยคพิธาน

เป็นแบบเรียนเกี่ยวกับการแจงตัวสะกดในภาษาไทย อันได้แก่ แม่ กก กด กน กบ   

  • ไวพจน์พิจารณ์ และพิศาลการันต์

เป็นเรื่องการเรียนให้รู้คำต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การฝึกแต่งหนังสือสามารถใช้ภาษาในการงานและการสื่อสารทางหนังสือและพร้อมที่จะเรียนฉันทลักษณ์ อันเป็นการใช้ภาษาขั้นสูงต่อไปได้

  • อนันตวิภาค
  • เขมรากษรมาลา (เป็นแบบหนังสือขอม)
  • นิติสารสาธก
  • ปกีรณำพจนาตถ์ (คำกลอน)
  • ไวพจน์ประพันธ์
  • อุไภยพจน์
  • สังโยคพิธานแปล
  • วิธีสอนหนังสือไทย
  • มหาสุปัสสีชาดก
  • วรรณพฤติคำฉันท์
  • ฉันท์กล่อมช้าง
  • ฉันทวิภาค
  • ร่ายนำโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
  • โคลงภาพพระราชพงศาวดาร รูปที่ 65 และ 85
  • คำนมัสการคุณานุคุณ
  • สยามสาธก วรรณสาทิศ
  • พรรณพฤกษา
  • สัตวาภิธาน
  • โคลงสุภาษิต อิศปปกรณำ(พระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

สิ่งที่ควรนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ของ น้อย อาจารยางกูร

1.ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน และความใฝ่รู้

หลังจากที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนวิชา กับอาจารย์หลายๆท่าน จนจบ ท่านสามารถ นำความรู้ทั้งหมดไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ด้วยการนำความรู้ที่ได้รับมาไปเผยแพร่สู่ประชาชน ดังเช่นการเขียนแบบเรียนต่างๆได้แก่ มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน และการแต่งหนังสือเล่มอื่นๆ เป็นต้น

2.ความเลื่อมใส ในศาสนา ลังจากที่ท่านได้ไปบวชเป็นเณร จนอายุครบ 21 ปีแล้ว ท่านได้ทำการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และออกเทศนาตามที่ต่างๆอันเป็นที่เลื่อมใสของคนแถวนั้น และแสดงให้เห็นว่า ท่านมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก จึงได้อุปสมบท เป็นพระภิกษุ และออกเทศนา

3.ความมีมารยาทในสังคม การมีสัมมาคารวะ


บรรณานุกรม                                                              กัมม์(นามแฝง). “พระยาศรีสุนทรโวหาร(น้อย อาจารยางกูร)”.บล็อกแก็ง.4 พฤศจิกายน 2553.กัมม์(นามแฝง).22 พฤศจิกายน2553.http://www.bloggang.com/mainbbg.php 

 

ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง. “พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)”.วิกิพีเดีย.29 ตุลาคม 2553.มูลนิธิวิกิมีเดีย.22 พฤศจิกายน 2553.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_(%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2_%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3

ครูลัง ภาษาไทย_______(นักศึกษาปริญญาโท)(นามแฝง). “ถอดความบทประพันธ์เรื่อง โคลงสุภาษิตอีศปปกรณำ (อี-สะ-ปะ-กะ-ระ-นัม)”.ภาษาและวรรณคดีไทย.14 พฤศจิกายน 2553.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.22 พฤศจิกายน 2553.<http://learners.in.th/blog/banpuyud/232320> 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 84 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • supatkul