โรคที่เกิดจากบุหรี่

รูปภาพของ msw8366

โรคที่เด็กยุคใหม่ต้องเผชิญ ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

โรคที่เด็กยุคใหม่ต้องเผชิญ
ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ



โรคที่เด็กยุคใหม่ต้องเผชิญภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (modernmom)

ทุกวันนี้เด็กไทยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เพราะมลภาวะและสารก่อภูมิแพ้ในอากาศมีมากขึ้น
ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย การป้องกันไม่ให้อาการภูมิแพ้กำเริบนั้น
ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจโรค และการปฏิบัติตัวของคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ

ต้นตอก่ออาการแพ้

โรค ภูมิแพ้เกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยใหญ่ ๆ ก็คือ
ปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมครับ เรามาดูกันว่าทั้ง
2 ปัจจัยนี้ มีผลต่อการเกิดโรคภูมิแพ้อย่างไร

ปัจจัย ทางพันธุกรรม ลูกน้อยได้รับการถ่ายทอดโรคภูมิแพ้จากพ่อแม่ แม้ว่าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้เพียงคนเดียว
ลูกก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็น ยิ่งพ่อและแม่เป็นโรคหอบหืด ลูกน้อยก็ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม มี 2 ตัวแปรหลักที่เป็นตัวก่อโรค
ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจและแยกแยะให้ถูกต้องดังนี้

สารก่อภูมิแพ้ คือสารจำพวกโปรตีนที่ไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของลูกน้อย
ทำให้เกิดการแพ้ สารก่อภูมิแพ้เหล่านี้มักรวมอยู่กับฝุ่นในบ้าน โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่เกิดจากไรฝุ่น
แน่นอนว่าถ้าบ้านของคุณแม่สกปรกหรือมีไรฝุ่นมาก อุจจาระของไรฝุ่น เหล่านี้จะกลายเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้ลูกเกิดอาการแพ้ได้

นอก จากนั้นก็มีขนสัตว์และสะเก็ดของผิวหนังโดยเฉพาะจากแมวกับสุนัข อุจจาระและซากของแมลงสาบ
สปอร์ของเชื้อรารวมถึงละอองเกสรหญ้า ที่อาจพบได้จากสิ่งแวดล้อมภายนอกบ้าน
โปรตีนจากอาหาร เช่น นมวัว เป็นต้น

แต่ อย่างไรก็ดี
สารก่อภูมิแพ้สำคัญที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณแม่เกิดอาการแพ้ และพบเป็นสาเหตุลำดับต้น
ๆ มักจะเป็นไรฝุ่น ขนและสะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมว
ซึ่งแฝงตัวอยู่ในบ้านที่คุณ และลูกน้อยอาศัยอยู่นั่นเอง

สารกระตุ้นภูมิแพ้ คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่า เป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
แต่แท้จริงแล้ว สารนี้เป็นเพียงตัวกระตุ้นให้คนที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว มีอาการกำเริบเท่านั้น
ไม่ได้ทำให้เป็นภูมิแพ้อย่างที่เข้าใจกัน เช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันบุหรี่
หรือแม้แต่การติดเชื้อหวัด หรือเชื้อไวรัสบางชนิด เป็นต้น

รู้จักโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

โรค ภูมิแพ้ทางเดินหายใจในเด็กแต่ละคนจะมีความรุนแรงไม่เท่ากัน เด็กบางคนอาจจะแค่จาม
น้ำมูกไหล มีเสมหะ แต่บางคนอาจรุนแรงถึงขั้นหลอดลมในปอดเกิดการหดตัวหรือเป็นหอบหืดได้
ซึ่งโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ แบ่งออกได้ดังนี้

ภูมิ แพ้ทางเดินหายใจส่วนบน หรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คนทั่วไปเรียกว่าโรคแพ้อากาศนั่นเอง
จริง ๆ แล้วเกิดจากการแพ้สารก่อภูมิแพ้ที่มีกับฝุ่นในอากาศ โดยเฉพาะในที่อยู่อาศัยและในห้องนอน

เด็ก จะมีอาการจามคันจมูกมีน้ำมูกใสอาจมีอาการคัดจมูก คันตา หายใจติดขัด และมีเสียงครืดคราดได้มักจะเป็นแบบนี้ในช่วงเช้า
ๆ และตอนนอน บางครั้งอาจเป็นมากถึงกับทำให้มีปัญหาในการนอนหลับได้
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเด็กสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้สำคัญ ที่เกิดจากไรฝุ่นซึ่งอยู่ในที่นอนโดยตรง
เด็กที่เป็นภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนบน อาจมีโรคแทรกซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ
หลอดลมอักเสบ อาการนอนกรนเสียงดังได้ง่ายกว่า เด็กที่ไม่เป็นโรคนี้

ภูมิ แพ้ทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือโรคหอบหืด ซึ่งโรคนี้เด็กจะไม่มีเสมหะ แต่จะมีอาการไอ
หอบ แน่นหน้าอก หายใจเข้าออกลำบาก และรู้สึกเหนื่อยง่าย หากเป็นมากขึ้น
จะได้ยินเสียงวี้ดเหมือนนกหวีดเวลาหายใจออก และต้องใช้ยาสูดพ่นเข้าปอดเพื่อช่วยขยายหลอดลม


วิธีป้องกันและลดการเกิดอาการภูมิแพ้

โรค ภูมิแพ้ทางเดินหายใจไม่จำเป็นต้องพึ่งยาปฏิชีวนะเสมอไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด
คือ การหลีกเลี่ยงไม่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ เพียงคุณพ่อคุณแม่ทำตามวิธีข้างล่าง
ก็จะช่วยลดการเกิดอาการแพ้ได้ในระดับหนึ่ง

หลีกเลี่ยงไรฝุ่น ด้วยการทำความสะอาดบริเวณบ้านและห้องนอนอย่างสม่ำเสมอ
ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน ผ้าห่ม และผ้าม่าน ควรซักทำความสะอาดอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และถ้าสามารถซักในน้ำร้อนอุณหภูมิ
55-60 องศาเซลเซียสได้ จะเป็นการฆ่าและกำจัดตัวไรฝุ่นอย่างได้ผลดี
รวมถึงการใช้ผ้าคลุมกันไรฝุ่นที่ได้มาตรฐานกับเครื่องนอนทุกชิ้น และที่สำคัญไม่ควรมีตุ๊กตาในห้องนอน
เพราะถือเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นที่ดี

หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์ในบ้าน เช่น แมว สุนัข
นก กระต่าย ควรเลี้ยงไว้ข้างนอกโดยแบ่งโซนให้ชัดเจน แต่หากจำเป็นต้องเลี้ยงในบ้าน
ควรอาบน้ำสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ
1-2 ครั้ง
เพื่อเป็นการลดสารก่อภูมิแพ้จากขนและผิวหนังของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ หรืออาจใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบ
HEPA (High Efficiency Particulate Air) Filter ช่วยอีกทางหนึ่งได้

หลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ เช่น ควันบุหรี่
ควันท่อไอเสีย ควันธูป รวมถึงน้ำหอมฉุน เพราะสิ่งเหล่านี้ จะเข้าไปในทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ
รวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้โดยตรง ส่งผลให้อาการแพ้กำเริบตามมาได้

นมแม่ดีที่สุด คุณแม่ควรให้ลูกน้อยได้รับนมแม่มากที่สุด
อย่างน้อยในช่วง
6 เดือนแรก แทนนมผสมหรือนมวัว และควรหลีกเลี่ยงอาหารเสริมในช่วง
4-6 เดือนแรก เช่น ซีเรียล ไข่ ควรให้หลังจากลูกน้อยอายุ 6
เดือนไปแล้วจะดีกว่า

ออกกำลังกายเป็นประจำ จะเป็นกีฬาอะไรก็ได้
แต่ไม่ควรออกกำลังหักโหมจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้อาการหอบหืดกำเริบได้ ในเด็กที่เป็นโรคหอบหืดบางรายในเด็กที่มีอาการดังกล่าว
คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันได้โดยการพ่นยาขยายหลอดลมประมาณ
15-30 นาที ก่อนการออกกำลังกาย ก็จะช่วยป้องกันอาการไอ และหอบที่เกิดจากการออกกำลังกายได้

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 186 คน กำลังออนไลน์