การสืบพันธุ์ของสัตว์

รูปภาพของ msw8263
                       
 
 
 
 
 


  
 
 
 
 
 
การสืบพันธุ์ของสัตว์
     การสีบพันธุ์ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด สำหรับสัตว์การสืบพันธุ์ จะช่วยให้มีจำนวนสมาชิก
เพิ่มขึ้นจากเดิม เพื่อรักษาเผ่าของตัวเองไว้ให้คงอยู่ต่อไป สัตว์บางชนิดออกเป็นไข่ และสัตว์บางชนิดออกลูก
เป็นตัว
       สัตว์ชั้นต่ำที่ไม่มีกระดูกสันหลัง มักออกลูกเป็นไข่ ไม่ว่าจะเป็นพวกสัตว์ที่มีขาเป็นข้ออย่างแมลง แม้แต่
สัตว์ลำตัวนิ่มอย่างหอยและปลาหมึกรวมทั้งสัตว์ที่มีผิวขุรขระอย่างปลาดาวทะเล จำนวนไข่ที่ออกในแต่ละครั้ง 
จะมีจำนวนมาก เพื่อให้มีโอกาสเหลือรอดจากการถูกสัตว์อื่นกิน หรือทำลาย ส่วนสัตว์ชั้นสูงที่มีกระดูกสันหลัง
เกือบทั้งหมดออกลูกเป็นไข่ เช่น พวกปลา สัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ปีก จำนวนไข่ที่ออกแต่ละ
ครั้งจะมีจำนวนมากเช่นกัน มีเพียงสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเท่านั้นที่ออกลูกเป็นตัว บางชนิดออกลูกครั้งละตัว เช่น
วัว ควาย ช้าง ม้า บางชนิดออกลูกครั้งละหลายตัว เช่น สุนัข แมว สุกร
     นักวิทยาศาสตร์พบว่า การสืบพันธุ์สัตว์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีหลายลักษณะ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 
           1. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ  
           2. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
  การสืิบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
       การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในสัตว์ จะเกิดขึ้นเมื่อสัตว์เจริญเติบโตเต็มที่ เป็นการดำรงเผ่าพันธุ์ที่จะต้องอาศัยเซลล์
สืบพันธุ์ทั้งเพศผู้และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย โดยแต่ละตัวต่างสร้างเซลล์สืบพันธุ์ขึ้นมาผสมกัน ในเพศผู้จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์
เพศผู้ที่อัณฑะเรียกเซลล์สืบพันธุ์ที่ได้นี้ว่า อสุจิ ส่วนในเพศเมียจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียที่รังไข่ เรียกเซลล์สืบพันธุ์ที่
ได้นี้ว่า  ไข่ ดังนั้นอัณฑะและรังไข่ จึงเป็นอวัยวะที่สำคัญของสัตว์ที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เมื่อเซลล์อสุจิ หรือสเปิร์ม 
และเซลล์ไข่ มาผสมกันจะเกิด " การปฎิสนธิ " ขึ้น จะได้เป็นเซลล์ใหม่ เรียกว่า "ไซโกต " ซึ่งสามารถเจริญพัฒนาไปเป็น
" ตัวอ่อน " และเจริญเป็น "ตัวเต็มวัย" ต่อไป  การปฎิสนธิ ของสัตว์ มี 2 ประเภท คือ การปฎิสนธิภายนอกร่างกาย และ
การปฏิสนธิภายในร่างกาย
  การปฎิสนธิภายนอกร่างกาย
        การปฎิสนธิภายนอกร่างกาย หมายถึง การที่เซลล์สืบพันธุ์ตัวผู้ ( อสุจิ ) เข้าผสมกับเซลล์สืบพันธุ์
ตัวเมีย ( ไข่ ) ภายนอกร่างกายของสัตว์ตัวเมีย โดยมีน้ำเป็นตัวกลางช่วยพาให้อสุจิเคลื่อนที่เข้าไปผสมกับไข่ 
หลักจากนั้นไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะฟักเป็นตัวต่อไป การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย จะพบในสัตว์น้ำจำพวกปลา
และสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก
          สัตว์เหล่านี้อาจมีพฤติกรรมการจับคู่ผสมพันธุ์ กันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสัตว์จำพวกใดโดยถ้าเป็นสัตว์
จำพวก กุ้ง ปู หอย ปลาดาวทะเล เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะมีการจับกลุ่มรวมกันแล้ว ทั้งสองเพศก็ปล่อยเซลล์ 
สืบพันธุ์จำนวนมากออกมาในน้ำ ให้ตัวอสุจิและไข่มาพบกันเองแบบไม่เจาะจง
          สัตว์จำพวกปลา และสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ สัตว์เพศผู้และเพศเมียจะมีการจับคู่กัน
แล้วปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาให้ผสมกันในน้ำแบบเจาะจง
 
   การปฎิสนธิภายในร่างกาย
        การปฎิสนธิภายในร่างกาย หมายถึง การที่เซลล์สืบพันธุ์ตัวผู้ ( อสุจิ ) เข้าไปผสมกับเซลล์สืบพันธุ์ตัวเมีย 
( ไข่ ) ภายในร่างกายของสัตว์ตัวเมีย
       โดยสัตว์เพศผู้จะมีการจับคู่ผสมพันธุ์กับสัตว์เพศเมียเพื่อปล่อยเซลล์สืบพันธุ์(อสุจิ )ให้เข้าไปผสมกับเซลล์
สีบพันธุ์ตัวเมีย ( ไข่ ) ภายในร่างกายของสัตว์ตัวเมีย แล้วตัวเมียจะออกลูก บางชนิดออกลูกเป็นไข่ บางชนิดออก
ลูกเป็นตัว
        สัตว์ที่มีการปฎิสนธิภายในร่างกาย และคลอดลูกออกมาเป็นไข่ที่มีเปลือกแข็ง หรือไข่ที่มีเปลือกเหนียวหุ้ม
ได้แก่ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น จระเข้ เต่า งูบางชนิด สัตว์ปีก เช่น ไก่ นก เป็ด ห่าน 
        สัตว์ที่มีการปฎิสนธิภายในร่างกาย และคลอดลูกออกมาเป็นตัว ได้แก่ สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เช่น สุนัข แมว ช้าง ม้า วัว ควาย ลิง ลา โลมา วาฬ พะยูน ปลาบางชนิด เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสายรุ้ง ปลาสอด ปลามิดไนท์ ปลาเข็ม
เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ( ไข่ )
          สัตว์ตัวเมียทุกชนิดที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ สามารถสร้างเซลล์
สืบพันธุ์เพศเมีย ( ไข่ ) เพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ เซลล์สืบพันธุ์ ( ไข่ ) สร้าง
มาจาก" รังไข่ " ของสัตว์เพศเมีย โดยทั่วไปจะมีลักษณะกลม มีขนาด
แตกต่างกันไปตามชนิดของสัตว์ 
         ไข่ของสัตว์เพศเมียบางชนิดจะมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็น
เช่น ไข่ของสุนัข แมว หนู หมู แต่ไข่ของสัตว์เพศเมียบางชนิดมีขนาด
ใหญ่ ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่ปลา 
ไข่กบ ไข่เขียด               
เซลล์ไข่
 
 
เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ ( อสุจิ )
          สัตว์ตัวผู้ทุกชนิดที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ สามารถสร้างเซลล์สืบ
พันธุ์เพศผู้ ( อสุจิ )เพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ เซลล์สืบพันธุ์ ( อสุจิ )สร้างมา
จาก " อัณฑะ" ของสัตว์เพศผู้ อสุจิของสัตว์ต่างชนิดกัน จะมีรูปร่างและ
ขนาดต่างกัน แต่ก็มีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้ง
สิ้น  ส่วนใหญ่มีโครงสร้างและส่วนประกอบเหมือนกัน คือ ประกอบ
ด้วยส่วนต่างๆ 3 ส่วน ได้แก่
         1. ส่วนหัว จะเป็นส่วนที่เจาะผนังไข่ เพื่อเข้าผสมกับไข่ ดังนั้นส่วนนี้จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของอสุจิ 
         2. ส่วนลำตัว เป็นส่วนที่เชื่อมส่วนหัวและส่วนหาง
         3. ส่วนหาง เป็นส่วนที่มีลักษณะยาวคล้ายแส้ สามารถโบกพัด เพื่อให้ตัวอสุจิเคลื่อนที่ไปหาไข่ได้
 
 
                                   
 
 
 
 
 
 
จำนวนลูกที่เกิดในแต่ละรุ่น     แมวที่ออกลูกครั้งละ 3 ตัวขึ้นไป
 
 
  
การปฏิสนธิภายในร่างกาย    หมายถึง    การที่สเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ภายในตัวของสัตว์ หลังจากนั้นไข่ที่ผสมแล้ว ก็จะเจริญเติบโตในร่างกายของสัตว์เพศเมีย ทำให้สัตว์เพศเมียตั้งท้อง เมื่อราวๆวันที่ 50 ของการตั้งท้อง เจ้าเหมียวก็จะเริ่มมีการผลิตน้ำนมออกมา
และเมื่อท้องแก่จนได้ระยะเวลาคลอดคือ 9 สัปดาห์ หรือ 63 วัน ก็จะออกลูกมาเป็นตัว ที่มีลักษณะคล้ายสัตว์เป็นพ่อหรือแม่ ลูกแมวการหย่านมเมื่ออายุ 4-5 สัปดาห์ ช่วงอายุ 6-7 สัปดาห์ ลูกแมวสามารถแสดงการเดิน, การหมุนวัตถุเล็กๆ เล่นของเล่นจะมากขึ้นเมื่ออายุ 7-8 สัปดาห์ และจะค่อยๆโตเต็มวัย พร้อมที่จะผสมพันธุ์ ต่อไป....ซึ่งแมวอายุได้ 8หรือ 9เดือนจะเริ่มแสดงอาการกระตือรือร้นในเรื่องซื่งเป็นช่วงความต้องการของแมว(มากที่สุด)
 



 

-แมวเพศผู้  :  อันฑะ  ถุงเก็บอสุจิ  องคชาต
-แมวเพศเมีย  :  รังไข่  ท่อนำไข่  ช่องงคลอด
 
 
อายุไขของแมว คือ ประมาณ 12 ปี  ส่วน ช่วงอายุในการเจริญพันธุ์ คือ เมื่ออายุได้ 8หรือ
เดือนจะเริ่มแสดงอาการกระตือรือร้นในเรื่องเพศ อันนี้เป็นช่วงของความต้องการของมัน
(มากที่สุด)
 
 
 

แมวตัวเมียจะปล่อยฟีโรโมนออกมาเพื่อให้แมวเพศผู้ได้กลิ่น และจะแสดงพฤติกรรมร้องหง่าว ๆ กลิ้งตัวไปมาด้านข้าง สลับกับการยกก้นขึ้นพร้อมกับเบี่ยงหางไปทางด้านข้าง ร้องเรียกตัวผู้ตลอดเวลา แมวตัวผู้จะเข้ามาหาตัวเมียดมส่วนท้ายของร่างกาย อาจเดินวน รอบ ๆ ด้วยความสนใจ ส่งเสียงร้องตอบตัวเมีย แมวตัวเมียจะแสดงพฤติกรรมต่อต้านแมวตัวผู้อยู่บ้าง ในช่วงแรกอาจขู่ แต่สักครูหนึ่งจะยอมให้ตัวผู้เข้าใกล้ แมวตัวผู้จะเข้าหาแมวตัวเมีย และกัดหนังบริเวณต้นคอไว้ด้วยฟัน ขึ้นขี่ตัวเมียที่แสดงการงอหลังรับ ยกก้นขึ้น เบี่ยงหางไปด้านข้างเมื่ออวัยวะเพศผู้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอด จะเป็นการกระตุ้นที่สำคัญต่อสรีระวิทยาระบบสืบพันธุ์ โดยทำให้เกิดการตกไข่จากรังไข่ เป็นการรับประกันว่าตัวเมียนั้นมีโอกาสตั้งท้องแน่นอน ช่วงเวลาตั้งแต่การกัดคอคือการ
ผสมจริง กินเวลาประมาณ 10นาที
 
 
ข้อดี และข้อเสียของรูปแบบการสืบพันธุ์ของแมวแบบการปฏิสนธิภายในร่างกาย    คือ
- ข้อดี  :  ลูกแมวมีความปลอดภัยสูงมาก
- ข้อเสีย  :  จำนวนลูกจะน้อยกว่าการปฏิสนธิภายในนอกร่างกาย   
 
 
                                            
 
                                                      http://www.lks.ac.th/bioweb/about/unit11b1.html
 
 
 
1.นายชนะชน  เพ็ชรบุญเรือง  เลขที่   1
 2.นายสินวนา   คำถาเครือ     เลขที่   9
 3.นายโยห่าน  ยอแย           เลขที่ 17
 4.น.ส.พัชรี     ชัยมูล           เลขที่ 25
 5.น.ส.โสภา    เทพวงค์        เลขที่ 34
 6.น.ส.อรษา    อุยี่              เลขที่ 42
           ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5/1 

  

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 55 คน กำลังออนไลน์