รายงานการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณและการหาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อ   รายงานการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก  การลบ 

             การคูณและการหาร  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3

ผู้ศึกษา   นางสุนันท์   ขัดเงางาม

สถานศึกษา   โรงเรียนวัดร้องอ้อ
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

                   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่
เขต
1

 

บทคัดย่อ

 

รายงานการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณและ  การหาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกการลบ การคูณและการหาร
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
 80
/
80 
เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทั้งก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลและศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหา ประชากรที่ใช้ในการศึกษา
คือนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
3 โรงเรียนวัดร้องอ้อ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต
1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 28 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ
คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบการคูณและการหารกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่
3 แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหา
จำนวน
3 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์จำนวน
4 ฉบับ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียน
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ยร้อยละ ดัชนีประสิทธิผล และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

            1.
ประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณและการหาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
3 (E1/E2) มีค่าดังนี้ ชุดที่ 1 มีค่าเท่ากับ 83.66/84.30 ชุดที่ 2 มีค่าเท่ากับ 82.34/84.80
และชุดที่ 3 มีค่าเท่ากับ 84.75/83.40 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด

            2.
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
3   หลังจากได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
การคูณและการหาร  ในภาพรวมมีค่าเท่ากับร้อยละ
24.70 โดยที่ร้อยละของการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมีค่าเท่ากับ
58.75 และ 83.45 ตามลำดับ
แสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

            3. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณและการหาร มีค่าเท่ากับ  0.60 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น
คิดเป็นร้อยละ
60

             4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะ
การแก้โจทย์ปัญหาการบวก   การลบ
การคูณและการหาร ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
4.51

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์