0103 ประวัติ ช็อกโกแลต 2

หน้าบ้าน | คำนำ | ผู้จัดทำ | กำเนิด | ประวัติช็อกโกแลต | ประวัติช็อกโกแลต2 |
ช็อกโกแลตในยุโรป | ช็อกโกแลตในยุโรป 2 | ช็อกโกแลตในยุโรป 3 | ช็อกโกแลตในยุโรป 4 |
|ชนิดของช็อกโกแลต | ช็อกโกแลตที่ไม่ได้เพิ่มความหวาน | ช็อกโกแลตดำ | ช็อกโกแลตนม | Chocolate Liquor |
ช็อกโกแลตกึ่งหวาน | ช็อกโกแลตหวาน | ช็อกโกแลตขาว | Liquid Chocolate | กูแวร์ตูร์ | Ganache | Confectionery Coating |
ประโยชน์ของช็อกโกแลต | ประโยชน์ของช็อกโกแลต 2 | ประโยชน์ของช็อกโกแลต 3 | ประโยชน์ของช็อกโกแลต 4 |
ตำนานของช็อกโกแลต | ตำนานของช็อกโกแลต 2 | ตำนานของช็อกโกแลต 3 | ตำนานของช็อกโกแลต 4 | ตำนานของช็อกโกแลต 5 |
เมนูช็อคโกแลต เมนูช็อคโกแลต 2 | เมนูช็อคโกแลต 3 | เมนูช็อคโกแลต 4 | เมนูช็อคโกแลต 5 | เมนูช็อคโกแลต 6 | เมนูช็อคโกแลต 7 |
เมนูช็อกโกแลต 8 | ช็อกโกแล็ตดีจริงหรือ | ผลไม้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า | ช็อคโกแลตมีประโยชน์ต่อหัวใจ | ติดช็อคโกแลต |
กล่อมอารมณ์ด้วยช็อคโกแลต | ความลับของช็อคโกแลต | นิยามรัก | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์ |
สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  2 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  3 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  4 |
สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  5 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  6 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  7 |
สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  8 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  9 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  10 |
สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  11 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  12 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  13 |
สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  14 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  15 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  16 |
สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  17 | สวย แปลก ช็อกโกแลต วาเลนไทน์  18 | บรรณานุกรม |

                 ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 อาณาจักรของชาวแอซเทคครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของอารยธรรมเมโสอเมริกา โดยมีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่เมืองปัจจุบันเรียกว่า  แมคซิโก ซิตตี้  ชาวแอซเทคได้ซื้อขายเมล็ดคาเคากับชาวมายาและชนชาติอื่น และยังเรียกว่าเก็บค่าบรรณาการจากพลเมืองของตนและเชลยเป็นเมล็ดคาเคา โดยใช้แทนค่าเงิน ชาวแอซเทคนิยมดื่มช็อกโกแลตขมเช่นเดียวกับชาวมายายุคแรก โดยปรุงรสชาติให้ซู่ซ่าขึ้นด้วยเครื่องเทศ ชาวเมโสอเมริกาสมัยนั้นยังไม่มีใครปลูกอ้อยก็เลยไม่มีใครใส่น้ำตาลกัน

                 เล่ากันว่า คนมายายุคคลาสสิกชอบดื่มช็อกโกแลตกันในวาระพิเศษ ขณะที่บรรดาเชื้อพระวงศ์จะนิยมดื่มกันมาก ส่วนชาวแอซเทค บรรดาผู้ปกครองระดับสูง พระ ทหารยศสูง และพ่อค้าที่มีหน้ามีตาเท่านั้นที่มีสิทธิลิ้มรสเครื่องดื่มศักดิ์สิทธิ์นี้ ช็อกโกแลตมีบทบาทสำคัญในพิธีของราชวงศ์และศาสนา เพราะใช้เมล็ดคาเคาเป็นเครื่องสักการะเทพเจ้า และดื่มในพิธีสำคัญ

                 สำหรับที่มาของชื่อช็อกโกแลตนั้นยังไม่มีใครอธิบายได้แจ่มชัด แต่มีความเป็นไปได้สองทาง ทางแรกเป็นคำที่ผันมาจากคำว่า "ช็อคโกลัจ" ในภาษามายา ซึ่งหมายถึง มาดื่มช็อกโกแลตด้วยกัน อีกทางหนึ่งอธิบายว่าน่าจะมาจากภาษามายาเช่นกัน คือ " chocol" แปลว่า ร้อน ผสมกับคำว่า "atl" ของแอซเทคที่แปลว่า น้ำ พอมารวมกันจึงกลายเป็นคำว่า chocolatl และมาเป็น chocolate ต่อมาในยุโรป

สร้างโดย: 
นางสาวพิมลพรรณ สำราญวิริยะ และนางสาวนครินทร์ ริมชัยสิทธิ์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 46 คน กำลังออนไลน์