And I never thought I’ll feel this way
ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าฉันจะรู้สึกเช่นนี้ได้

And as far as I’m concerned, I’m glad
และเท่าที่ฉันรู้ ฉันรู้สึกดีใจมาก

                สำนวนว่า As far as I concerned นั้น

ใช้เมื่อต้องการจะสื่อว่าผู้นั้นต้องการจะแสดงความคิดเห็นในด้านใด

ตรงกับสำนวนง่ายๆว่า In my opinion, As for me, In my viewpoint, From my point of view หรือ I think
เช่นIn my opinion, friendship is valuable.
ในความคิดของฉัน มิตรภาพเป็นสิ่งที่มีค่ามาก

I’ve the chance to say
ฉันได้รับโอกาสที่จะพูดออกไป

                                สำนวน to get a chance to say ……. หมายถึง  มีโอกาสที่จะกล่าวที่จะบอก เช่น
I’m glad that I have got a chance to do it again.
ฉันดีใจ ที่ได้รับโอกาสให้ทำมันอีกครั้ง
I am happy that I have a chance to love again.
ฉันมีความสุขที่ได้มีโอกาสได้รักอีกครั้ง

That I do believe I love you
ฉันเชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆ

                                ผู้สื่อใช้กริยา to do มานำหน้ากริยาทั่วไปในประโยคบอกเล่า หมายถึง เน้นว่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
หรือทำอย่างนั้นจริงๆ
เช่น I do love you.           ฉันรักเธอจริงๆ
He does do it.              เขาทำจริงๆ
She did say it.                   เธอพูดมันจริงๆ

And if I should ever go away
และหากวันใดที่ฉันต้องจากเธอไป

สำนวน if you ever + กริยาไม่ผัน ใช้เมื่อเราสมมติว่าหากสิ่งนี้เกิดขึ้น

สิ่งนั้นเกิดขึ้น แล้วก็ต้องต่อด้วยประโยคอีกประโยคหนึ่ง
เช่น  If I should ever be rich, I will take care of you.
หากฉันรวย ฉันจะดูแลเธอ

Well, then close your eyes
ณ ตอนนี้ ก็จงหลับตาเถอะ

And try to feel the way we do today

และพยายามรู้สึกเหมือนที่เรารู้สึกกันในวันนี้นะ

And then if you can remember

และแล้วหากเธอยังจำได้

Keep smiling, keep shining
จงยิ้มต่อไป และร่าเริงต่อไปเถอะ

สำนวนว่า to keep + doing หมายถึง ทำสิ่งนั้นต่อไป
เช่น        She keep talking while the teacher is teaching.         เธอยังพูดต่อขณะที่ครูกำลังสอน
Keep fighting.                       สู้ต่อไป
Keep going.                           ไปต่อไป

Knowing you can always count on me, for sure
รู้ไว้เถอะ ว่าเธอยังไว้วางใจฉันได้เสมอ

                                สำนวน to count on + คนหรือสิ่งใด หมายถึง พึ่งพาได้ วางใจได้
เช่น    You can count on me if you have problems.
เธอวางใจฉันได้หากมีปัญหา

That’s what friend are for
นั่นคือ เหตุผลว่ามีเพื่อนเพื่ออะไร

สำนวนว่า  อะไรก็ตาม to be for หมายถึง มีเพื่อสิ่งนั้น
เช่น   The book is for increasing knowledge.           หนังสือมีไว้เพื่อเพิ่มความรู้
The water is for drinking.               น้ำมีไว้ดื่ม
และสำนวนว่า What’s……..สิ่งใด + for?   จะหมายถึง มีไว้เพื่ออะไร
เช่น  What’s the car for?                       รถมีไว้เพื่ออะไร
What’s money for if there is no love?                    มีเงินไว้ทำไมหากไม่มีรัก

For good times and bad times
ไม่ว่าในยามทุกข์หรือยามสุข

                                สำนวน bad times / good times ก็คือเวลาที่มีความทุกข์และความสุข

I’ll be on your side forever more
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป

                                สำนวน to be on your side หมายถึง จะอยู่เคียงข้างเธอ

สำนวนที่น่ารู้เกี่ยวกับคำว่า side คือ to take sides แปลว่า เข้าข้าง สนับสนุน เห็นด้วย
                เช่น  Don’t take sides when you’re in the meeting.
อย่าเข้าข้างใครเมื่ออยู่ในที่ประชุม
He always takes sides when there is a discussion.
เขาชอบเข้าข้างคนนู้นคนนี้ทุกครั้งที่มีการถกเถียงกัน
ซึ่งที่ถูกต้องแล้ว เขาต้องวางตัวเป็นกลางซึ่งเขาใช้ว่า be objective ว่ากันไปตามเนื้อผ้า

ตามความเป็นจริง be unbiased หรื be neutral เป็นกลางไว้
อีกสำนวนคือ Whose sied are you on? เธออยู่ข้างใคร
และสำนวนสุดท้ายคือ

to have something on your side = มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อได้เปรียบอยู่ มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ข้างๆคนนั้น
เช่น  You have youth on your side.                        คุณมีความหนุ่มเป็นข้อได้เปรียบ
They have a good boss on their side.           พวกเขามีหัวหน้าที่ดีเป็นข้อได้เปรียบ
She has charm on her side.                             เธอมีเสน่ห์เป็นข้อได้เปรียบ

That’s what friend are for
นี่คือสิ่งที่เพื่อนพึงทำกัน

Well you come enough in me
เธอเข้ามาอยู่ในชีวิตฉันมากพอแล้ว

                                สำนวนว่า to come in ปกติหมายความว่า เข้ามา แต่ในที่นี้ หมายถึง เข้ามาพัวพัน เข้ามารับรู้

And now there’s so much more I see
และก็มีสิ่งอื่นอีกมากมายที่ฉันได้เห็นจากเธอ

And so by the way I thank you
ยังไงฉันก็ขอบใจเธอมาก

                สำนวน by the way นั้นใช้เมื่อเราจะเปลี่ยนเรื่องพูด

Oh! And then close your eyes
หลับตาซะ

And you’ll hear the words
และเธอจะได้ยินคำพูด

That come in from my heart
ที่มาจากใจฉัน

And then if you can remember
(Repeat 3 times)

On……….on me for sure

That’s what friend are for
นี่คือสิ่งที่เพื่อนพึงทำกัน

 

Back