ก่อนจะเข้าสู่คำอธบายเนื้อเพลงนี้ ขอให้ผู้ฟังรับรู้เรื่องการใช้กริยาช่วยทั้งหมด
ซึ่งได้แก่ must have been, might have been, could fly, could be
กริยาเหล่านี้อยู่ในรูปของอดีตทั้งสิ้น เป็นการสมมติสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทั้งนั้น
ดังนั้นควรตีความหมายข้อความนั้นให้ตรงข้ามไว้เสมอ เช่น
Oh! It must have been could there in my shadow โอ้! มันต้องหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจแน่ ในความมืด |
คำว่า shadow นั่นก็คือ เงา นั่นก็หมายความว่า ในความมืดของฉันนั้นมันต้องมีแต่ความหนาวเหน็บ
กริยาช่วยคือ must have been ซึ่งหมายความว่า มันต้องหนาวเหน็บแน่
ซึ่งความเป็นจริงมันไม่ใช่ ดัวนั้นต้องตีความหมายในทางตรงข้ามตลอด
คำว่า shadow นั้นมีที่น่าสนใจดังนี้
He is in her shadow. หมายถึง เขาคือเงาของเธอ ซึ่งก็หมายถึงเขาตามเธอไป เสมือนเป็นเงาของเธอ
สำนวนี้คือ to be ใครคนหนึ่ง’s shadow ซึ่งก็คือ ติดตามเป็นเหมือนดังเงา
นอกจากนี้คำว่าเงายังมีความหมายแฝงอยู่อีก นั่นก็คือ ความอ้างว้าง ความมืด คงามเปล่าเปลี่ยว
To never have sunlight on your face |
คำว่า sunlight เป็นคำที่ใช้เป็นตัวแทนความสุข ความสดชื่น ซึ่งในที่นี้ใช้ตรงข้ามกับคำว่า shadow
You were content to let me shine, That’s your way เธอพึงพอใจที่จะให้ฉันเจิดจรัสอยู่คนเดียว นั่นคือสิ่งที่เธอชอบทำ นั่นก็คือ การที่ทำทุกอย่างเพื่อฉันนั่นเอง |
สำนวน That’s your way นั้นมาจากสำนวนว่า be someone’s way ซึ่งก็หมายถึง วิถีดำเนินชีวิตของคนๆหนึ่ง เช่น
She likes to help people. That’s her way.
เธอชอบช่วยเหลือคนอื่น นั่นเป็นสิ่งที่เธอชอบทำ
ดังนั้น ถ้าคิดจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนๆหนึ่งก็ต้องใช้สำนวนว่า to mend/to change one’s way เช่น
If you love yourself, you have to mend your way.
ถ้าคุณรักตัวเอง ก็ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเดิมๆนั่นซะ
to be content to หมายถึง พอใจ อิ่มใจ ในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังในสำนวนว่า
He is content to help others. That’s his way.
เขาพอใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น นั่นคือสิ่งที่เขาชอบทำ
สำนวนต่อไปคือ
to be content with + อะไรก็ตาม ก็จะหมายถึง พึงพอใจกับสิ่งนั้นๆให้ได้ เช่น
You must try to be content with your job.
คุณต้องพยายามพอใจกับงานของคุณ
You should be content with your life.
คุณควรพอใจกับชีวิตของคุณ
และสำนวนที่เด็ดที่สุดก็เห็นจะเป็น
to content yourself with + สิ่งทีมี สำนวนนี้เขาเอาคำ content มาใช้เป็นกริยา
หมายถึง พยายามทำให้ตัวเองพอใจในสิ่งนั้นๆให้ได้ เช่น
Although I am poor, I have to content myself with what I have.
แม้ว่าฉันจะจน ฉันก็ต้องทำให้ฉันพอใจกัยสิ่งที่ฉันมีให้ได้
You always walk a step behind เธอมักจะเดินอยู่ข้างหลังฉันเสมอ |
บางคนสงสัยว่าทำไมถึงใช้ always กับกริยาในอดีตได้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ สิ่งที่ทำนั้นเกิดขึ้นในอดีตเป็นประจำ
เช่น เมื่อตอนที่ฉันเป็นเด็กฉันชอบเล่นฟุตบอลเป็นประจำ ก็ใช้ว่า When i was young, i always played football. เป็นต้น
So I was the one with all the glory ดัวนั้นฉันจึงเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยความสำเร็จความโด่งดัง |
คำว่า glory นั้นเป็นคำนามหมายถึง สิ่งที่มำให้คนเราภาคภูมิใจ ความสำเร็จ
ดังนั้นเมื่อนำคำนี้ไปใช้ในสำนวนว่า glory days ก็จะหมายถึง วันคืนที่แสนจะน่าภาคภูมิใจ
If you are down, try to think about your glory day.
ยามใดที่รู้สึกท้อแท้ จงพยายามคิดถึงวันคืนที่ทำให้คุณภาคภูมิใจไว้
Being a grateful son is his future glory.
การที่เป็นลูกที่กตัญญูนั้นเป็นความภาคภูมิใจในอนาคตของเขา
While you the one with all the strength |
สำนวน the one ก็คือ คนๆนั้น
You are the one that I love. คุณเป็นคนๆเดียวที่ฉันรัก
หรือจะพูดว่า You are the love of my life. ก็ได้
Well, you were the one with all the strength.
เธอเป็นคนเดียวที่เป็นเหมือนพลังขอฉัน
A beautiful face without a name, for so long เธอเป็นคนที่มีหน้าตางดงาม โดยไม่ยอมเป็นคนที่โด่งดังมาแสนนานแล้ว |
สำนวนนี้มีความหมายว่า คนๆนี้เขาเป็นคนที่หน้าตาดี สามารถโด่งดังได้
แต่ก็ไม่ยอมทำ แต่ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรักแต่เพียงผู้เดียว
คำว่า a name หมายถึง ชื่อเสียง
a bad name ก็คือ ชื่อเสีย ส่วน a good name ก็คือ ชื่อเสียง เช่น
This restaurant has a bad name for its slow service and dirty food.
ร้าอาหารนี้มีชื่อเสียเรื่องบริการที่แย่และอาหารสกปรก
Bangkok has a good name for its amazing temples.
กรุงเทพนมีชื่อเสียงเรื่อวัดที่สวยงาม
และคนใดก็ตามที่มีคนยกย่อง ให้ความสำคัญ โดยการทำด้วยตัวเอง
เขาใช้คำว่า to make a name for oneself ก็คือ ทำให้ตัวเองเป็นที่นิยมชมชอบด้วยตนเอง เช่น
She made a name for herself when she was a movie star.
เธอทำให้ตนเองเป็นที่ชื่นชอบเมื่อเธอเล่นหนัง
A beautiful smile to hide the pain |
โครงสร้างดั้งเดิมคือ Well, you were the one with all the strength, a beautiful face และ a smile
ทั้งหมดนี้คือตัวคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นเสมือนคนที่อยู่เบื้องหลัง
มีอีกวิธีหนึ่งที่จะบรรยายคนที่มีคุณสมบัติต่างๆ ได้โดยใช้แค่ว่า คนๆนั้น has มีสิ่งงนั้นสิ่งนี้ เช่น
She has all the strength. เธอมีความเข้มแข็ง
คำว่า strength เป็นคำนามของคำว่า strong
Did you ever know that you’re my hero เธอเคยรู้ไหมว่าเธอคือวีรบุรุษของฉัน |
คำว่า hero คือ คนที่ทำให้คุณประทับใจ อีกสำนวนหนึ่งที่คนเราสามารถเป็นวีรบุรุษได้ด้วยสถานการณ์
เขาเรียกว่า Situations make a hero.
And everything I would like to be และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันอยากจะเป็น |
คำว่า “อยากจะเป็น” ก็คือ ตัวเธอ You are everything I would like to be.
I can fly higher than an eagle ฉันสามารถโผบินได้สูงกว่าพญาอินทรี You are the wind beneath my wings เธอคือลมที่คอยพยุงปีกของฉัน |
เปรียบตัวฉันเหมือนนก
I might have appeared to go unnoticed |
สำนวนที่ต้องจำคือ to go unnoticed หมายถึง ผ่านไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น หรือสนใจ
ดังนันจึงมีสำนวนว่า to be หรือ get noticed อันหมายถึง ให้เป็นที่สนใจของคน ให้เป็นที่สะดุดตา เช่น
She always does everything just to get noticed.
หล่อนมักจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนสนใจ เพื่อเป็นจุดเด่น
But I’ve got it all here in my heart แต่ทว่าฉันก็ได้ทุกอย่างอยู่ในใจฉันแล้ว |
ประโยคนี้ หมายความว่า ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้รับความสนใจจากใคร ฉันก็รู้ว่า ฉันได้รับมันจากเธอ ฉันมีเธออยู่ในหัวใจฉัน
I want you to know the truth,’cause I know it ฉันอยากให้เธอรู้ว่า ฉันตระหนักถึกความจริงทั้งหมด และฉันรับรู้มันจริงๆนะ |
ประโยคนี้ใช้คำว่า know ถึงสามตัว ซึ่งหมายถึง เธอเป็นทุกอย่างของฉัน
I would be nothing without you ฉันคงจะไม่มีความสำคัญ ไม่มีค่าเลยถ้าไม่มีคุณ |
ในประโยคนั้นใช้คำว่า would be แสดงว่าข้อความนี้ตรงข้ามกับความจริง ความจริงก็คือ ฉันเป็นคนที่มีความสำคัญ มีคุณค่าก็เพราะเธอ
สำนวน tobe nothing without you เป็นการใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ ซึ่งก็จะหมายถึง to be everything because of you
เช่น You mean nothing to me. เธอไม่มีความหมายใดสำหรับฉัน
To mean nothing to + ใครหรือสิ่งใด ก็หมายความว่า ไม่มีค่าหรือความหมายสำหรับคนนั้นหรือสิ่งนั้น
และในทางตรงกันข้าม ถ้าใครมีความหมายต่ออะไรหรือต่อใครก็ใช้ว่า คนๆนั้นหรือสิ่งนั้น + mean everything to + อีกสิ่งหนึ่งหรืออีกคนหนึ่ง
เช่น He means everything to her. เขาเป็นทุกอย่างสำหรับเธอ
และ สำนวน nothing but หมายถึง เป็นเพียงแค่
เช่น You are nothing but a fool. คุณเป็นแค่คนโง่คนหนึ่งเท่านั้น
Did you ever know that you’re my hero
เธอเคยรู้ไหมว่าเธอคือวีรบุรุษของฉัน You’re everything I wish I could be I could fly higher than an eagle You are the wind beneath my wind |
สำนวนการใช้ I wish I +กริยาในรูปอดีต ใช้เมื่อผู้พูดต้องการสิ่งใดให้เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งต้องเป็นความต้องการที่เป็นไปไม่ได้ด้วย
เช่น ฉันอยากรวย ฉันอยากถูกล็อตตอรี่
I wish I were rich. I wish I won lottery.
เมื่อใดที่เกิดความอยากในอนาคต เราก็ใช้โครงสร้าง I wish + ประธาน could + กริยาไม่มี “to”
เช่น I wish you could join me tomorrow. ฉันอยากให้เธอไปกับฉันพรุ่งนี้
Did I ever told you, you’re my hero You’re everything, everything I wish I could be Oh I, I could fly higher than an eagle You are the wind beneath my wings Oh, wind beneath my wings so high I almost touch the star |