แบบฝึกการโหม่งบอล

แบบฝึกการโหม่งบอล

สร้างโดย : นายสว่าง อ่อนละมัย
สร้างเมื่อ เสาร์, 04/10/2008 – 14:15
มีผู้อ่าน 152,008 ครั้ง (19/12/2022)
ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/16637

แบบฝึกการโหม่งบอล

แบบฝึกทักษะพื้นฐานการเล่นฟุตบอล

  1. ชื่อเรื่อง  การโหม่งลูกฟุตบอล
  2. สาระสำคัญ  การโหม่งลูกฟุตบอลเป็นทักษะหนึ่งในการเล่นฟุตบอล ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งการส่งลูก การหยุดลูก การยิงประตู หรือสกัดกั้น โดยการกระโดดโหม่งกับฝ่ายตรงข้าม
  3. วัตถุประสงค์  เพื่อให้นักเรียนรู้และสามารถโหม่งลูกฟุตบอลแบบต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
  4. เป้าหมาย  นักเรียนทุกคนสามารถโหม่งลูกฟุตบอลแบบต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
  5. การประเมินผลก่อนฝึก  ทดสอบความสามารถปฏิบัติการโหม่งลูกฟุตบอลตกลงในวงกลมที่กำหนด
  6. คำชี้แจง
    1. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การโหม่งลูกฟุตบอล 
    2. ครู นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปและสาธิตการโหม่งลูกฟุตบอลแบบต่างๆ
    3. ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติการโหม่งลูกฟุตบอล ตามลำดับขั้นตอน

ใบความรู้

วิชา ฟุตบอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เรื่อง การโหม่งลูกฟุตบอล

การโหม่งลูกฟุตบอล

การโหม่งลูกบอล  หมายถึง  การใช้ศีรษะบริเวณหน้าผากบังคับลูกบอลที่ลอยมา  หรือพุ่งมาในอากาศ  ให้เปลี่ยนทิศทางไปตามต้องการ  นับว่าเป็นวิธีเล่นที่ได้เปรียบกว่าการเล่นส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเมื่อลูกบอลลอยมาสูง  เพราะสามารถเล่นลูกบอลได้เร็วกว่าการใช้เท้า  ลักษณะท่าทางในการโหม่งโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. การยืนโหม่ง วิธีการยืนโหม่ง  มีดังนี้
    1. เมื่อลูกบอลลอยมาในทิศทางใดให้หันหน้าไปทิศทางนั้น  สายตามองอยู่ที่ลูกบอลกางแขนออกเล็กน้อยเพื่อช่วยในการทรงตัว  งอเข่าเล็กน้อย
    2. ให้เท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้า  โดยปกติเท้าที่ถนัดจะอยู่ข้างหลัง
    3. เมื่อลูกบอลพุ่งมาได้ระยะที่จะโหม่งได้  ให้เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย  แล้วยืดตัวขึ้นเต็มที่  สปริงข้อเท้าและเข่า  เกร็งกล้ามเนื้อคอ  ลืมตา  โล้น้ำหนักตัวไปที่ลูกบอล  ให้หน้าผากปะทะกับลูกบอล  ถ้าต้องการให้ลูกบอลไปทางไหนให้หันหน้าไปทางนั้น
  2. การวิ่งโหม่ง วิธีการวิ่งโหม่ง  มีดังนี้
    1. การวิ่งโหม่งให้ปฏิบัติคล้ายกับการยืนโหม่งอยู่กับที่  แต่เมื่อเห็นลูกบอลลอยมาพอที่จะวิ่งไปโหม่งลูกได้  ให้วิ่งเข้าหาทิศทางที่ลูกพุ่งมา
    2. เมื่อลูกบอลเข้ามาในระยะที่โหม่งได้แล้ว  ให้เอนตัวไปข้างหลัง  แล้วชะโงกหน้าไปข้างหน้าพร้อมกับกดศีรษะให้หน้าผากกระทบลูกบอล
  3. การกระโดดโหม่ง การโกระโดดโหม่งจะกระทำเมื่อลูกบอลลอยมาในระดับสูงหรือต้องการโหม่งลูกในระดับสูงเพื่อต้องการให้ได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม วิธีการกระโดดโหม่ง  มีดังนี้
    1. เมื่อลูกบอลลอยมาในระยะที่พอจะโหม่งได้แล้ว  ให้กระโดดขึ้นด้วยเท้าทั้งสอง  การกระโดดให้กระโดดขึ้นตรง ๆ เกร็งลำตัว คอและศีรษะเล็กน้อย  แล้วเอนตัวไปข้างหลัง
    2. ในจังหวะที่โหม่งให้ชะโงกหน้าไปข้างหน้าให้หน้าผากกระทบกับลูกบอลกางแขนออกเล็กน้อย  เพื่อช่วยในการทรงตัว  ถ้าต้องการให้ลูกบอลไปทางใดก็ให้หันหน้าไปทางนั้น
  4. การวิ่งแล้วกระโดดโหม่ง การโหม่งนอกจากจะใช้บริเวณหน้าผากโหม่งลูกบอลแล้ว  ในบางโอกาสยังใช้ด้านข้างของศีรษะค่อนไปทางด้านหน้า  โดยการสะบัดคอและศีรษะไปยังทิศทางที่ต้องการ  เช่น  การยิงประตู  เป็นต้น วิธีการวิ่งมาแล้วกระโดดโหม่ง  มีดังนี้
    1. เมื่อลูกบอลลอยมาในทิศทางใด  ให้หันหน้าและวิ่งเข้าหาลูกบอลในทิศทางนั้น
    2. เมื่อจะกระโดดโหม่ง  ให้ใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งสปริงถีบส่งลำตัวขึ้น  งอแขนเล็กน้อยอยู่ข้างลำตัว  การโหม่งให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับท่ากระโดดโหม่ง

ทิศทางของการโหม่งลูกบอล

ขณะที่เราโหม่งลูกบอลเราอาจแยกทิศทางของการใช้ศีรษะที่เล่นลูกบอลได้  3  ทาง  ดังนี้

  1. การโหม่งลูกบอลให้โด่ง
    การโหม่งลูกบอลให้โด่งเป็นการโหม่งเพื่อให้ลูกบอล  ข้ามศีรษะจองคู่ต่อสู้ที่ขวางหน้าอยู่  ผู้โหม่งอาจจะยืนอยู่เฉย ๆ หรือกระโดดโหม่งก็ได้  ส่วนมากเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางและกองหลังมักจะโหม่งลูกนี้  ขณะโหม่งต้องเยหน้า  เกร็งคอ  เอนหลังเล็กน้อย  โดยใช้แรงส่งมาตั้งแต่เท้า  หัวไหล่  ลืมตา  และโน้มตัวไปข้างหน้า
  2. การโหม่งลูกบอลระดับหน้าอก
    การโหม่งลูกบอลระดับหน้าอกเป็นการโหม่งลูกเพื่อส่งให้เพื่อนร่วมทีมเล่น  ความแรงหรือน้ำหนักจึงอยู่ที่จังหวะและระยะทางที่ส่งลูกไปใกล้หรือไกล  ขณะโหม่งลูกนี้  ผู้โหม่งต้องกดคางลงมาเล็กน้อย  โน้มตัวไปข้างหน้า เมื่อโหม่งแล้วจึงเปิดคางเล็กน้อย
  3. การโหม่งลูกบอลลงสู่พื้น
    การโหม่งลูกบอลลงสู่พื้นเป็นการโหม่งเพื่อยิงประตูหรือเพื่อเปลี่ยนทิศทาง  การโหม่งลูกนี้ผู้เล่นกองหน้ามักใช้ในการยิงประตู  วิธีการโหม่งจะทำลักษณะคล้ายหดตัวถอยหลังและให้คางกดชิดอกของตัวเองเหมือนก้มศีรษะลงคล้ายคำนับและเพิ่มแรงกระแทกหรือพุ่งตัวใส่เพื่อให้ลูกบอลนั้นพุ่งได้แรงและเร็วขึ้น

หลักทั่วไปในการโหม่งลูกบอล

  1. ตามองดูลูกบอลตลอดเวลา (หลับตาไม่ได้เพราะจะไม่เห็นลูกบอล)
  2. หันหน้าเข้าหาลูก เกร็งคอ หุบปากเล็กน้อย ยื่นศีรษะออกไป โดยใช้หน้าผากตั้งแต่เชิงผมถึงเหนือคิ้วเป็นบริเวณที่กระทบลูกบอล
  3. กำมือหลวมๆ กางแขนออกเสมอไหล่ เพื่อช่วยการทรงตัว เวลาโหม่งให้ดึงมือเข้าหาตัว เพื่อช่วยเพิ่มกำลังและป้องกันการปะทะกันด้วย
  4. ถ้าต้องการให้ลูกไปทางขวาหรือทางซ้าย ขณะที่หน้าผากถูกลูกให้เอี้ยวคอและหันหน้าไปทางนั้นโดยการใช้เอวและการโยกตัวจะช่วยในการโหม่งได้ดียิ่งขึ้น
  5. การกระโดดโหม่งต้องหัดกระโดดขึ้นทั้งเท้าเดียวและสองเท้า
  6. ขณะโหม่งต้องจำไว้เสมอว่า ต้องลืมตา เกร็งคอ พับเอว ยกแขนขึ้น การเปลี่ยนทิศทางให้ไปตามทิศทางต่างๆ เช่น ระดับลูกโด่งให้เงยหน้า แอ่นอก ใช้แรงส่งจากสะโพกช่วยถ้าเป็นระดับหน้าอก ก็ก้มคางกดลงเล็กน้อย ถ้าต้องการให้ลูกลงสู่พื้นให้กดคางชิดอกพร้อมกับหอตัวแบบถอยทั้งตัว

การฝึกครั้งที่  1

เดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 3-5 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่ แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่มีลูกฟุตบอล โยนลูกขึ้นเหนือศีรษะ แล้วโหม่งด้วยหน้าผากขึ้นไปในแนวดิ่ง 2-3 ครั้ง ให้จับลูกแล้วเริ่มทำใหม่จนชำนาญ แล้วเปลี่ยนให้คู่ทำเช่นเดียวกัน เมื่อชำนาญดีแล้วให้ฝึกโหม่งต่อเนื่อง ไม่ให้ลูกฟุตบอลตกพื้น (เดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ)

การฝึกครั้งที่ 2

โหม่งลูกฟุตบอลที่นิ่งอยู่กับที่
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  จับคู่ยืนห่างกันประมาณ 1  เมตร 

  1. คนที่มีลูกฟุตบอล จับลูกยกขึ้นข้างหน้าติดกับหน้าผากของคู่ ให้คู่เอนตัวมาข้างหลัง โดยลูกฟุตบอลอยู่ตำแหน่งเดิม แล้วพับตัวโชงกศีรษะใช้หน้าผากโหม่ง ลูกฟุตบอล ทำ 5-10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่จับลูกให้สูงกว่าศรีษะเล็กน้อย ให้คู่ยืนกระโดดขึ้นโหม่ง ทำ 5-10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  3. เหมือนข้อที่ 2 แต่จับลูกให้สูงกว่าศีรษะมากขึ้น (ยืนกระโดดโหม่งไม่ถึง) ให้คู่วิ่งกระโดดขึ้นโหม่ง ทำ 5-10 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน

การฝึกครั้งที่ 3

โหม่งลูกฟุตบอลที่จับไว้เอง
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 3-5 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่ แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่มีลูกฟุตบอล จับลูกยกขึ้นข้างหน้าติดกับหน้าผากตัวเอง จากนั้นให้เอนตัวมาข้างหลัง โดยให้ลูกฟุตบอลอยู่ตำแหน่งเดิม แล้วพับตัวโชงกศรีษะใช้หน้าผากโหม่งลูกฟุตบอลโด่งส่งให้คู่ คู่รับลูกไว้ แล้วจับลูกโหม่งกลับมาในแบบเดียวกัน คนละ 5-10 ครั้ง
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลระดับอกของคู่
  3. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลลงสู่พื้น

การฝึกครั้งที่ 4

แข่งขันจับลูกฟุตบอลยืนโหม่งไกล
® แบ่งนักเรียนออกเป็น 5  กลุ่มเท่าๆกัน มีลูกฟุตบอล 1 ลูก  ยืนเป็นแถวตอน

กติกาการแข่งขัน

  1. ผู้แข่งขันแต่ละคน จับลูกฟุตบอลยกขึ้นข้างหน้าติดกับหน้าผากตัวเอง จากนั้นให้เอนตัวมาข้างหลัง โดยให้ลูกฟุตบอลอยู่ตำแหน่งเดิม แล้วพับตัวโชงกศรีษะใช้หน้าผากโหม่งลูกฟุตบอลโด่งให้ไกลที่สุด แต่ละคนให้ทำ 3 ครั้ง เอาสถิติครั้งที่ไกลที่สุด
  2. แข่งขันในกลุ่มตัวเองก่อน คนที่โหม่งไกลที่สุดในกลุ่ม เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (5 คน) โหม่งคนละ 3 ครั้ง คนที่โหม่งไกลที่สุด เป็นผู้ชนะ

การฝึกครั้งที่ 5

ยืนโหม่งลูกฟุตบอลที่โยนขึ้นเอง
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 3-5 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่  แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่ 1 โยนลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะแล้วยืนโหม่งด้วยหน้าผากให้ลูกฟุตบอลโด่งส่งไปยังคนที่ 2 คนที่ 2 จับลูกโยนขึ้นเหนือศีรษะแล้วยืนโหม่งด้วยหน้าผากกลับมาให้คนที่ 1 ทำซ้ำๆ 5 ครั้ง
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลระดับอกของคู่
  3. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลลงสู่พื้น

การฝึกครั้งที่ 6

กระโดดโหม่งลูกฟุตบอลที่โยนขึ้นเอง
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 3-5 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่  แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่ 1 โยนลูกขึ้นเหนือศีรษะแล้วกระโดดโหม่งด้วยหน้าผากให้ลูกฟุตบอลโด่งส่งไปยังคนที่ 2 คนที่ 2 โยนลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ แล้วกระโดดโหม่งด้วยหน้าผากกลับมา ทำซ้ำๆ 5 ครั้ง
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลระดับอกของคู่
  3. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลลงสู่พื้น

การฝึกครั้งที่ 7

วิ่งโหม่งลูกฟุตบอลที่โยนขึ้นเอง
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 10 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่  แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่ 1 โยนลูกขึ้นเหนือศีรษะแล้ววิ่งโหม่งด้วยหน้าผากให้ลูกฟุตบอลโด่งส่งไปยังคนที่ 2 คนที่ 2 โยนลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะ แล้ววิ่งโหม่งด้วยหน้าผากกลับมา ทำซ้ำๆ 5 ครั้ง
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลระดับอกของคู่
  3. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลลงสู่พื้น

การฝึกครั้งที่ 8

วิ่งกระโดดโหม่งลูกฟุตบอลที่โยนขึ้นเอง
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 10 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่  แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่ 1  โยนลูกโด่งขึ้นข้างหน้า แล้ววิ่งกระโดดโหม่งด้วยหน้าผากให้ลูกบอลโด่งไปยังคนที่ 2
    คนที่ 2 จับลูกโยนโด่งขึ้นข้างหน้าแล้ววิ่งกระโดดโหม่งด้วยหน้าผากกลับมา ทำ 5 ครั้ง
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลระดับอกของคู่
  3. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลลงสู่พื้น

การฝึกครั้งที่ 9

พุ่งโหม่งลูกฟุตบอลที่โยนขึ้นเอง
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  แถวหน้ากระดาน 2 แถว ห่างกัน 10 เมตร หันหน้าเข้าหากันเป็นคู่  แต่ละคนในแถวยืนห่างกัน 2 เมตร

  1. คนที่มีลูกฟุตบอล โยนลูกโด่งขึ้นข้างหน้า   ให้ลูกบอลลอยลงมาต่ำ ย่อตัวพุ่งโหม่งลูกโด่งส่งไปยังคู่    คู่จับลูกโยนโด่งขึ้นข้างหน้า  ให้ลูกบอลลอยลงมาต่ำ ย่อตัวพุ่งโหม่งลูกเช่นเดียวกัน  ทำซ้ำๆ    5 ครั้ง
  2. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลระดับอกของคู่
  3. เหมือนข้อที่ 1 แต่ให้โหม่งลูกฟุตบอลลงสู่พื้น

การฝึกครั้งที่ 10

โหม่งลูกฟุตบอลที่ลอยเข้ามา
® นักเรียน 2 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก  ยืนห่างกัน 5-10 เมตร

  1. คนที่ 1 โยนลูกให้คนที่ 2 ยืนโหม่งกลับมา ทำ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  2. คนที่ 1 โยนลูกให้คนที่ 2 กระโดดโหม่งกลับมา ทำ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  3. คนที่ 1 โยนลูกให้คนที่ 2 วิ่งกระโดดโหม่งกลับมา ทำ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  4. คนที่ 1 โยนลูกระดับต่ำให้คนที่ 2 พุ่งโหม่งกลับมา ทำ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  5. ให้โต้คู่ด้วยลูกโหม่ง

การฝึกครั้งที่ 11

การแย่งโหม่งลูกฟุตบอลที่ลอยเข้ามา
® นักเรียน 3 คน ต่อลูกฟุตบอล 1 ลูก   2 คนยืนหันข้างคู่กันห่างกันประมาณ1 เมตร  อีกคนยืนอยู่ข้างหน้าห่างจากคู่ 5-10 เมตร

  1. คนที่ 1 โยนลูกโด่งไปกึ่งกลางของของคนที่ 2 และ คนที่ 3   ให้ทั้งคู่กระโดดขึ้นสูงแย่งกันโหม่งลูกฟุตบอลคืนกลับไปให้คนโยน  ให้โยนลูก 5 ครั้ง  แล้วเปลี่ยนหน้าที่กัน
  2. ในการโยนแต่ละครั้งคนที่แย่งโหม่งลูกฟุตบอลไม่ได้ให้วิดพื้น 2 ครั้ง

การฝึกครั้งที่ 12

แข่งขันวิ่งโหม่ลูกฟุตบอลไกล
® แบ่งนักเรียนออกเป็น 5  กลุ่ม  เท่า ๆ กัน     มีลูกฟุตบอลกลุ่มละ 6 ลูก  ยืนเป็นแถวตอน  ห่างจากเส้นเริ่ม  2 เมตร
® กติกาการแข่งขัน

  1. ผู้แข่งขันแต่ละกลุ่มคนแรก  จับลูกฟุตบอลโยนขึ้นข้างหน้าแล้ววิ่งเข้าไปโหม่งลูกบอลโด่งให้ไปตกไกลที่สุด เมื่อโหม่งลูกแล้วเท้าจะต้องไม่ล้ำเส้นเริ่ม   ให้ทำ 3 ครั้ง  นับสถิติครั้งที่ไกลที่สุดโดยใช้กรวยวางไว้    คนต่อไปทำเช่นเดียวกัน ถ้าโหม่งไกลกว่าให้เลื่อนกรวยไปที่จุดนั้น ทำจนครบทุกคน 
  2. แข่งขันในกลุ่มตัวเองก่อน คนที่โหม่งไกลที่สุดในกลุ่ม  เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (5 คน) โหม่งคนละ 3 ครั้ง  คนที่โหม่งไกลที่สุด เป็นผู้ชนะ

การฝึกครั้งที่ 13

แข่งขันเซปักตะกร้อโดยโหม่งลูกฟุตบอล
® แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน 
® กติกาการแข่งขัน

  1. ให้แข่งขันเซปักตะกร้อ โดยใช้ลูกฟุตบอล และให้ใช้ศีรษะในการเล่นเท่านั้น
  2. จัดการแข่งขันแบบแพ้คัดออก แข่งขันพร้อมกัน 2 สนาม
  3. แต่ละคู่แข่งขันเซทเดียว เซทละ 5 แต้ม ทีมที่แพ้ตกรอบ
  4. ทีมที่ชนะเข้ารอบแข่งขันต่อไปจนกว่าจะแพ้ ทีมที่ไม่แพ้ใครคือทีมชนะเลิศ