คุณค่าของงานใบตอง

คุณค่าของงานใบตอง

สร้างโดย : นางทิศนา เหมือนวงค์
สร้างเมื่อ อังคาร, 29/09/2009 – 14:42
มีผู้อ่าน 273,965 ครั้ง (17/10/2022)
ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/39935

วิชางานใบตอง เรื่อง คุณค่าของงานใบตอง


           วิชางานใบตอง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระเพิ่มเติม ในระดับช่วงชั้นที่ 3 (ชั้น ม.1-ม.3) เรื่อง  คุณค่าของงานใบตองนี้  ทุกคนจะได้เรียนรู้และเข้าใจ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยที่มีมาช้านาน สำหรับใช้ในงานพิธีต่าง ๆ ของสามัญชน จนถึงงานพระราชพิธีที่สำคัญของพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้แล้วสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและเข้าใจได้โดยง่ายอีกด้วยค่ะ

           พร้อมรึยังค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเริ่มศึกษาบทเรียนกันได้เลยค่ะ ขอให้สนุกกับ..คุณค่าของงานใบตอง..นะค่ะ 

           งานประดิษฐ์จากใบตอง เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนสวยงาม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนไทยสมัยก่อนที่ได้รู้จักประดิดประดอยวัสดุธรรมชาติ มาใช้เป็นภาชนะห่อหุ้มอาหารได้อย่างวิจิตรสวยงามเรียบง่าย ความสำคัญและคุณค่าเหล่านั้น ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม...

คุณค่าทางวัฒนธรรมและสังคม

           ใบตองกับวิถีชีวิตของคนไทยเป็นของคู่กัน ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ต้นกล้วย ถือเป็นไม้มงคลในการประกอบพิธีและประเพณีไทยหลาย ๆ อย่าง   โดยเฉพาะงานศิลปะจากกระทง  บายศรี  พานขันหมาก  พานขันหมั้น  เป็นต้น การประดิษ์งานใบตองแต่ละอย่างล้วนงดงาม ประณีต ซึ่งแสดงถึงความเป็นชนชาติที่มีจิตใจงดงาม ละเอียดอ่อน  ความสามารถของคนไทยไม่มีชนชาติใดในโลกเหมือน   ซึ่งสมควรที่เยาวชนรุ่นหลังจะถือเป็นหน้าที่ ที่ควรหวงแหน และรักษาไว้เป็นศิลปะและวัฒนธรรมประจำชาติสืบไป

ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง.หน้า 7

คุณค่าทางเศรษฐกิจ

           งานประดิษฐ์จากใบตอง สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความสามารถทางด้านนี้  ไม่ว่าจะเป็นการนำไปประกอบอาชีพถาวร หรืออาชีพเสริม  เช่น การจัดทำบายศรี  การประดิษฐ์กระทงลอย  กระทงดอกไม้  การจัดทำพานต่าง ๆ ในงานมงคลสมรส  เป็นต้น 

คุณค่าทางจิตใจ

           นอกจากมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและสังคม คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผลพลอยได้     ที่เกิดจากการประดิษฐ์งานใบตอง  คือ คุณค่าทางจิตใจ  ซึ่งในขณะที่ปฏิบัติงานนั้นย่อมเกิดความเพลิดเพลิน  ซึ่งเป็นการฝึกสมาธิในการทำงาน  ทำให้ผู้ที่ทำงานด้านนี้ มีจิตใจที่เยือกเย็น สุขุม นอกจากจะเกิดความภาคภูมิใจในผลงานที่สำเร็จ และยังเป็นการช่วยดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

ที่มาภาพ : สุพัสดา ศรีอุดร.งานใบตอง 1. หน้า 25.

ใช้ในชีวิตประจำวัน

ที่มาภาพ : สุพัสดา ศรีอุดร.งานใบตอง 1. หน้า 5.

           ในชีวิตประจำวันของคนไทยนั้น มีการนำใบตองมาห่อขนม อาหารต่าง ๆ  เช่น การห่อทรงเตี้ย  ห่อหมก  ห่อข้าวต้มมัด ห่อขนมสอดไส้  ห่อขนมเทียน  ฯลฯ  นอกจากจะได้รับความสะดวกในการหยิบแล้ว ยังช่วยให้อาหารและขนมางอย่างมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากขึ้น 

ใช้ในโอกาศพิเศษต่างๆ

           สามารถนำใบตองมาประดิษ์เป็นภาชนะใส่อาหาร หรือขนม ได้หลากหลายแบบ เช่น กระเช้าใบตอ  ถาดใบตอง ผอบ เพื่อมอบให้บุคคลหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันคล้ายวันเกิด โอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพนัถือ  ผู้ได้รับย่อมเกิดความซาบซึ้ง และชื่นชมในน้ำใจไมตรี และยังช่วยรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย

ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง.หน้า 11

ใช้ในงานประเพณีต่างๆ

            ใบตอง มีคุณค่านานัปประการต่อความเป็นอยู่ของคนไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน  สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบชีวิตที่เรียบง่าย การสร้างสรรค์วัสดุธรรมชาติจนกลายเป็นงานประณีตศิลป์ที่มีคุณค่า และเนส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตไทย  เช่น บายศรี พานขันหมาก  กระทงลอย  ซึ่งเป็นงานที่ใช้ในประเพณีที่ดีงามของไทย และยังได้รัการสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ที่มาภาพ : อรรถวุฒิ เนตรจินดา.การจัดดอกไม้ในงานประเพณีไทย.หน้า 141.

 ใช้ในงานพิธีทางศาสนา 

            ใบตอง ถือว่าเป็นไม้มงคล  นำมาประดิษฐ์เป็นงานประณีตศิลป์ใช้ในงานพิธีทางศาสนา  เช่น  กระทงดอกไม้

กระทงสังฆทาน  สลากภัตร  พานพุ่ม  พุ่มคู่สวด กรวยอุปัชฌาย์  เป็นต้น

ที่มาภาพ : อรรถวุฒิ เนตรจินดา.การจัดดอกไม้ในงานประเพณีไทย.หน้า 53. 

            รูปแบบการประดิษฐ์งานใบตอง  ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันมีมากมายหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

ภาชนะใบตอง

            การประดิษฐ์ภาชนะจากใบตอง  เช่น  จาน  ชาม  พาน  ผอบ  กระทง  กระเช้า  เป็นต้น  ภาชนะใบตองรูปทรงต่าง ๆ เหล่านี้  ล้วนมีความสวยงามเรียบง่าย สื่อถึงความละเมียดละไมของคนไทย   การเตรียมใบตอง เพื่อประดิษฐ์เป็นภาชนะต่าง ๆ นั้น ข้อสำคัญคือ  การเช็ดทำความสะอาดใบตองก่อนนำมาประดิษฐ์ชิ้นงาน เพราะตัวชิ้นงานนั้นจะต้องสัมผัสกับอาหาร

ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง ดอกไม้ เครื่องสด 1 .หน้า 67.
ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง. หน้า 6.
ที่มาภาพ : พรยุพรรณ พรสุขสวัสดิ์.ตองนวลมวลบุปผา.หน้า 6๐. 

เทียนพรรษา

            พุทธศาสนิกชนร่วมกันทำบุญหล่อเทียนใหญ่แห่ไปถวายวัด  ถวายเทียนพรรษาในเทศกาลเข้าพรรษา  วันเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่พระสงฆ์จะต้องหยุดการเดินทางไปค้างแรมที่อื่นจะอยู่จำพรรษาที่วัด วัดหนึ่งตลอด ๓ เดือน เริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘  จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑  เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน  เข้าบวชเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นเวลา ๓ เดือน

            การตกแต่งเทียนพรรษา  จะนิยมตกแต่งด้วยงายใบตอง และดอกไม้สด อย่างวิจิตรสวยงาม เพื่อรองรับเทียน  มีการร้อยตาข่ายคลุมต้นเทียนตกแต่งยอดเทียน   สำหรับฐานรองรับเทียนนิยมการเย็บแบบ   เย็บกระทงร้อยมาลัยตกแต่ง

ที่มาภาพ : ปรัชญา  แพมงคล.เทียนพรรษา.หน้า 115.

พานขันหมาก

            พานขันหมากที่จัดตกแต่งเครื่องขันหมากต่าง ๆ ลงไปในพานให้สวยงาม ถูกต้องตามประเพณี  ในขันจะมี หมาก ๙ ลูก พลู ๙ เรียง  ใบเงิน ใบทอง ใบนาก อย่างละ ๙ ใบ  เครื่องมงคล ๔ อย่าง มี  ข้าวเปลือก ข้าวตอก ถั่วทอง งาดำ  ใส่ถุงเงิน ถุงทอง เพื่อความงอกงามสมบูรณ์  ดอกไม้ ใบไม้ ที่มีชื่อความหมายเป็นมงคล  เช่น ใบแก้ว ใบมะยม ดอกรัก ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกเฟื่องฟ้า เป็นต้น  สามารถนำมาตกแต่งในพานขันหมาก 

ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง ดอกไม้ เครื่องสด 1. หน้า 51.

 
พานสินสอดทองหมั้น

            เป็นพานที่จัดไว้สำหรับใส่เงินสินสอดที่ฝ่ายชายนำมามอบให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิง  ดอกไม้ใบไม้ที่ใช้จัดพานสินอด  ควรมีชื่อและความหมายที่เป็นสิริมงคล 

ที่มาภาพ : อรรถวุฒิ เนตรจินดา.การจัดดอกไม้ในงานประเพณีไทย.หน้า 146.  
http://my.inlovephoto.com/07/d/210822-1/fa_0110_resize.JPG

กระทงดอกไม้

            กระทงดอกไม้ ประดิษฐ์คล้ายลอยกระทง  แต่มีขนาดเล็กกว่า มีกรวยครอบในกระทง มีการจัดดอกไม้เป็นพุ่ม  โดยมากมักวางบนธูปเทียนแพ  บางคนเรียกกระทงดอกไม้ว่ากระทงไหว้  พานไหว้ผู้ใหญ่  พานดอกไม้ธูปเทียนแพ  กระทงสักการะ  ใช้ในโอกาสทูลเกล้าฯถวายเป็นเครื่องสักการะบูชาพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ก่อนที่สามัญชนจะเข้าเฝ้า เป็นเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย  กราบไหว้บิดามารดา ครูบาอาจารย์  ถวายพระอุปัชฌาย์ในพิธีอุปสมบท  สำหรับคู่บาวสาวนำไปไหว้ผู้ใหญ่หลังการสมรส  กราบไหว้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเพื่อขอพรในโอกาสต่าง ๆ  ทำพิธีขอขมาลาโทษ  หรือใช้ในงานพิธีมงคลต่าง ๆ   ซึ่งจะต้องเปิดกรวยออกให้เห็นดอกไม้ ธูป เทียน เมื่อเริ่มทำพิธี 

ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง หน้า 9.

พานดอกไม้ไหว้ครู

            คำอธิบายความหมายของพานไหว้ครู

              – พานดอกไม้                     

            พานที่ใช้ในการไหว้ครูนั้น ประกอบด้วยสองพาน คือ พานดอกไม้ และพานธูปเทียน  โดยพานทั้งสองจะตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้ที่สวยงามต่างๆ   แต่ทั้งนี้ ดอกไม้และสิ่งของสำคัญที่ต้องมีประดับอยู่ในพานคือ  1) ดอกมะเขือ 2) หญ้าแพรก 3) ดอกเข็ม 4) ข้าวตอก  เพราะดอกไม้และสิ่งของทั้งสี่ มีความหมายต่อวันไหว้ครู ดังนี้

  1. ดอกมะเขือ  หมายถึง  ความเคารพนพน้อมต่อผู้อื่น และยังแสดงถึงความเคารพเหมือนดอกมะเขือที่ออกดอกโค้งลงเหมือนคนที่กำลังแสดงความเคารพอยู่
  2. หญ้าแพรก หมายถึง ความอดทน คุณสมบัติของหญ้าแพรก คือความอดทน  ตามสนาม  ตามทางเดิน  เมื่อมีคนเหยียบย่ำมากๆ หญ้าชนิดอื่นทนไม่ได้ก็เฉาตาย  ส่วนหญ้าแพรกนั้นแค่สลบฟุบใบเรียบลงดิน  ครั้นมีฝนตกก็จะตั้งยอดขึ้นมาใหม่ทันที
  3. ดอกเข็ม  หมายถึง  ความฉลาดเฉียบแหลมของสติปัญญา เปรียบดังเข็ม ซึ่งมักจะมีลักษณะแหลมคมอยู่เสมอ
  4. ข้าวตอก มีความหมายว่า ข้าวเปลือกเรารับประทานไม่ได้ แต่ถ้าเอาไปคั่ว เป็นข้าวตอก สามารถนำมาปรุงเป็นกระยาสารทรับประทานได้หรือรับประทานเปล่าๆก็ได้เช่นกัน เปรียบได้กับการที่ครู “คั่ว”นักเรียนคนใดคนหนึ่ง กล่าวคือ “คั่ว” คือการเคี่ยวเข็ญ ว่ากล่าวตักเตือน อบรมสั่งสอนนั่นเอง วิชาความรู้ของนักเรียนเหล่านั้นจะ “แตกฉาน”   สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้

            – พานธูปเทียน              

            พานธูปเทียนเป็นพานคู่กับพานดอกไม้ โดยถือว่าเป็นพานที่ประกอบไปด้วย เครื่องสักการะแด่ครูบาอาจารย์ นั่นคือ ธูป เทียน และตกแต่งด้วยดอกไม้ให้สวยงาม   ความหมายของพาน ธูป เทียน นอกจากเป็นสิ่งสักการะ ครู – อาจารย์แล้วเทียนนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ให้แสงสว่าง สามารถส่องให้เห็นทาง ดุจดั่งครู ผู้ให้ความรู้ส่องทางแก่นักเรียน  ครูเสมือนผู้จุดเทียนนำทางชีวิตให้แก่นักเรียน เพราะเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ ถือเป็นแม่คนที่สองของนักเรียนทุกคน อย่างไรก็ตาม พานธูป เทียน ก็ยังคงประกอบไปด้วย  ดอกไม้สำคัญสามชนิดเช่นเดียวกับพานดอกไม้ นั่นคือ ดอกเข็ม , หญ้าแพรก , ดอกมะเขือ  ทั้งนี้ความหมายของดอกไม้ทั้งสามชนิด ก็ได้กล่าวไว้แล้วในความหมายของพานดอกไม้

พานรับน้ำพระพุทธมนต์

            พานรับน้ำพระพุทธมนต์  หรือพานรับน้ำสังข์ในงานแต่งงานตามประเพณีไทย  พิธีรดน้พดำหัว หรือรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในโอกาสต่าง ๆ เช่น  วันสงกรานต์  วันเกษียณอายุราชการ  วันคล้ายวันเกิดครบรอบสำคัญ ๆ พานรับน้ำโดยทั่วไปนิยมจัดรูปแบบทรงเตี้ย 

ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง. หน้า 20.

 
กระทงลอย

            ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือน ๑๒  (ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระคงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที  และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้ กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

            ในวันลอยกระทง  ผู้คนจึงคิดประดิษฐ์กระทงเพื่อใช้ลอยเป็นรูปแบบต่าง ๆ  วัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ  เช่น  ใบตอง ใบกระบือ  ใบหมากผู้ หมากเมีย  หยวกกล้วย  ผักตบชวา  ดอกดาวเรือง  ดอกพุด  ดอกกล้วยไม้ ฯลฯ  พร้อมด้วยธูปเทียน และหมากพลู

บายศรี

            ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยส่วนหนึ่งยังมีการผูกพันกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ และมักจะหาสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นสิ่งที่ยังพบอยู่และนับวันจะมีความนิยมมากขึ้นและพบมาก ในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในช่วงต่าง ๆ ของมนุษย์  สิ่งนั้นคือ บายศรี

            บายศรีเป็นงานเครื่องสดประเภทงานใบตอง เป็นการประดิษฐ์ใบตองเป็นนิ้ว หรือเป็นกาบ หรือเป็นเกร็ด เข้าตัวเป็นชั้น ๆ จัดลงในชาม หรือพาน หรือภาชนะอื่น ตกแต่งด้วยดอกไม้มงคล  บายศรีเป็นของสูงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวไทยตั้งแต่โบราณมาจนถึงบัดนี้นับแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่เราจะจัดพิธีสังเวย และทำขวัญในวาระต่าง ๆ ซึ่งต้องมีบายศรีเป็นสิ่งสำคัญในพิธีนั้น ๆ มีผู้รู้ได้ให้ความหมายของบายศรีไว้ดังนี้

            บายศรี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “เครื่องเชิญขวัญหรือรับขวัญ ทำด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทงเป็นชั้น ๆ มีขนาดใหญ่เล็กสอบขึ้นไปตามลำดับ เป็น ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้น ๙ ชั้น มีเสาปักตรงกลางเป็นแกนมีเครื่องสังเวยวางอยู่ในบายศรี และมีไข่ขวัญเสียบอยู่บนยอดบายศรี  บายศรีมีหลายอย่าง เช่น บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่”

            บายศรี ในภาษาถิ่นอีสานแปลความหมายเป็นดังนี้ บาย ภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า จับต้อง สัมผัส ศรี เป็นคำมาจากภาษาสันสกฤตตรงกับ ภาษาบาลี ว่า สิริ แปลว่า มิ่งขวัญ คำว่า “บายศรี” ความหมายของชาวอีสาน แปลว่า ข้าวขวัญ หรือ สิ่งที่น่าสัมผัสกับความดีงาม

            ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า บายศรี หมายถึงภาชนะบรรจุอาหารที่เป็นมงคลเพื่อใช้ในพิธีกรรมที่เป็นมงคล โดยอาจประดิษฐ์ตกแต่งด้วยเครื่องสด เช่น ใบตอง ดอกไม้ จัดตกแต่งบนภาชนะรองเช่นพาน โตก วางเรียงเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป จำนวนชั้นขึ้นอยู่กับโอกาสการใช้งาน

             การทำบายศรีในสมัยโบราณ  มีรูปแบบที่นิยมทำกันคือ  บายศรีต้น  บายศรีปากชาม  และบายศรีใหญ่  แต่ในปัจจุบันได้มีการทำบายศรีประยุกต์ขึ้นเพื่อความสวยงาม และความเชื่อของผู้ทำบายศรี

            โอกาสงานพิธีที่นิยมใช้บายศรีขึ้นบูชา  มีดังนี้

  1. ในพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น  การบวงสรวงเทพ เทวดา  และดวงพระวิญญาณของบูรพมหากษัตริย์
  2. การทำขวัญต่าง ๆ เช่น ทำขวัญแรกเกิด  ทำขวัญเดือน  สู่ขวัญรับขวัญ  และส่งขวัญ
  3. การสังเวยพระภูมิเจ้าที่
  4. การยกเสาเอก
  5. การไหว้ครูต่าง ๆ เช่น  ครูดนตรี  โขน  ละคร  ฯลฯ
  6. การบวงสรวงสังเวยเทวาอารักษ์ในกรณีต่าง ๆ
ที่มาภาพ : ภัทราวุธ  ทองแย้ม.บายศรี. หน้า 113.

 อยากรู้วิธีการพับใบตองกลีบแบบต่าง ๆ คลิ๊กเลยค่ะ   
https://thaigoodview.com/grade/4403/folding-banana-leaves

 

แหล่งอ้างอิง:  พรยุพรรณ พรสุขสวัสดิ์. ตองนวลมวลบุปผา, ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ. งานใบตอง, สุพัสดา ศรีอุดร. งานใบตอง 1 , http://www.bwit.ac.th/members/kruyaow/page.pdf

ย่อ