สุภาษิตภาษาอังกฤษ-สุภาษิตภาษาไทย

สุภาษิตภาษาอังกฤษ-สุภาษิตภาษาไทย

สร้างโดย : นายมงคล คลังมนตรี
สร้างเมื่อ เสาร์, 04/10/2008 – 16:12
มีผู้อ่าน 742,616 ครั้ง (18/10/2022)
http://www.thaigoodview.com/node/16648

เรียนภาษาอังกฤษด้วยสุภาษิต-คำคม

          การศึกษาสุภาษิต-คำคมภาษาอังกฤษ จะทำให้เราทราบความหมายของสุภาษิต-คำคมนั้น ได้รับความรู้เรื่องคำศัพท์ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ความเชื่อ ค่านิยมและวัฒนธรรมเจ้าของภาษาที่สอดแทรกอยู่ ประโยชน์สูงสุดคือการมีคุณธรรมและจริยธรรมที่ดีจากสุภาษิต-คำคม ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งผู้จัดทำได้รวบรวมไว้ดังนี้

  1. An accident  is due to lack of proper care. =  อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นจากการขาดความระมัดระวัง
  2. Don’t charge your memory with  too many facts = อย่าใช้สมองจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ให้มากจนเกินไป
  3. A   mad  man is not responsible  for his actions. =  คนบ้าไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำของเขา
  4. It’s a sad house where the hen crows louder than the cock. =  สามีเป็นช้างเท้าหน้า  ภรรยาเป็นช้างเท้าหลัง
  5. Marriage is an expensive luxury. = การแต่งงานเป็นของฟุ่มเฟือยที่แสนแพง
  6. Fools build house; wise men buy them. = คนโง่สร้างบ้านอยู่  คนฉลาดซื้อบ้านสร้างเสร็จอยู่
  7. Keep  something for a rainy day. = กินน้ำเผื่อแล้ว
  8. There is no fool like an old fool. =ไม่มีใครโง่เกินคนแก่โง่
  9. Kill not the goose that lays the golden eggs. = โลภมากลาภหาย.
  10. Facts are stubborn things.   =  ความจริงล้างอย่างไรก็ไม่เลือนหาย
  11. It  is a foolish sheep  that makes.   The wolf  his confessor. =   อย่าชี้โพรงให้กระรอก
  12. Brave actiuons never want trumpet. = การกระทำอันกล้าหาญ  ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้
  13. Good manners are part and parcel of a good education. = กิริยามารยาทที่สุภาพเรียบร้อย  เป็นส่วนสำคัญจากการได้รับการศึกษาดี
  14. A bad workman always blames his tool. = รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
  15. Habituate yourself to hard work. = จงฝึกฝนตัวเองให้เคยชินกับงานหนัก
  16. Fine features make fine birds. = ไก่งามเพราะขน  คนงามเพราะแต่ง
  17. Man has gregarious habits. = มนุษย์ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะ
  18. Big fish eat little fish. = ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
  19. Guardianship has many responsibillitie. = การเป็นผู้ปกครองนั้นต้องมีความรับผิดชอบมาก
  20. A friend in need is a friend indeed = เพื่อนแท้คือเพื่อนในยามยาก
  21. Birds of a feather flock together = คบคนพาล พาลพาไปหาผิด
  22. Actions speak louder than words =  ทำดีกว่าพูด
  23. A bird in head is worth two in the bush = สิบเบี้ยใกล้มือ
  24. A rolling stone gathers no moss =  รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
  25. Absence makes the heart grow fonder =  ตัวไกลใจอยู่ยิ่งไกลก็ยิ่งรักกัน
  26. Make hay while the sun shines =  น้ำขึ้นให้รีบตัก
  27. He laughs best who laughs last =  หัวเราะทีหลังดังกว่า
  28. Listeners hear no good of themselves = นินทากาเลเหมือนเทน้ำ
  29. It is never too late to mend =  ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น
  30. Still water runs deep = น้ำนิ่งไหลลึก
  31. Good cloths open all doors. = ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
  32. Overtly agree but coertly oppose = ปากว่าตาขยิบ หรือพูดอีกอย่างแต่ทำอีกอย่าง
  33. Cry for the Moon = กระต่ายหมายจันทร์ หมายถึงหนุ่มหมายปองสาวที่มีฐานะดีกว่า
  34. Apple of sodom =สวยแต่รูป จูบไม่หอม  งามภายนอกแต่ใจแย่ไง
  35. When misfortune reaches the limit, good fortune is at hand = ต้นร้ายปลายดี เริ่มต้นไม่ดีแต่ไปดีเอาตอนหลัง
  36. Between the devil and the deep blue sea = หนีเสือปะจรเข้
  37. Be caught red-handed = จับได้คาหนังคาเขา
  38. To take for a needle in a haystack = งมเข็มในมหาสมุทร
  39. To eat one’s cake and have it too = จับปลาสองมือ
  40. To take something with a pinch of salt = ฟังหูไว้หู  ฟังแล้วคิดพิจารณาก่อนจะเชื่อ
  41. As you sow, so you reap = ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
  42. Cannot make head or tail of = จับต้นชนปลายไม่ถูก
  43. You can not teach old dogs new tricks. = เราไม่สามารถสอนกลเม็ดใหม่ๆ ให้สุนัขแก่ได้….
    หรือ ไม้แก่ดัดยากนั่นเอง…
  44. Where there is a will, there is a way = ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
  45. Look before you leap  = จงดูให้ดีก่อนื้จะกระโดด หมายถึง คิดให้ดี รอบคอบก่อนที่จะทำอะไร
  46. Prevention is better than cure = กันไว้ดีกว่าแก้
  47. Do as Romans do when you are in Rome = จงทำตัวให้เหมือนคนโรมันเมื่ออยู่ในกรุงโรม….
    หรือ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
  48. Joy and sorrow are as near as today and tomorrow. = ความสุขกับความทุกข์อยู่ใกล้กันเหมือนวันนี้กับวันพรุ่งนี้
  49. He who has never tasted bitterness does not know what is sweet = ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น
    จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
  50. One who lives in a glasshouse should not throw stones. = เมื่ออยู่ในเรือนกระจกไม่ควรขว้างก้อนหิน
    หมายถึงเมื่ออยู่ในที่ๆ เสีบเปรียบก็อย่าหาเรื่องผู้อื่น
  51. “Time and tide wait for no man” = เวลาและกระแสน้ำไม่เคยคอยใคร
  52. Everyone thinks his own burden the heaviest. =  ทุกคนมักคิดว่าภาระของตนหนักกว่าของผู้อื่นเสมอ
  53. No one is too old to learn = ไม่มีใครแก่เกินเรียน
  54. Reading makes a full man. = การอ่านหนังสือทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์
  55. All men naturally desire to know. = มนุษย์ทุกคนย่อมอยากรู้โดยธรรมชาติ
  56. Be quick to hear and slow to speak.= ฟังให้เร็ว แต่พูดให้ช้า
  57. Live to learn to live. = จงอยู่เพื่อเรียนรู้การดำรงชีวิต
  58. Brave actions never want trumpet. = การกระทำอันกล้าหาญ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ
  59. Words once spoken cannot be altered. = คำพูดที่กล่าวไปแล้ว ย่อมไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้
  60. Though strength fails, boldness is praiseworthy. = ถึงแม้ว่ากระทำสิ่งใดยังไม่เป็นผลสำเร็จ
    แต่การที่ได้กล้าทำนั้นควรได้รับการยกย่อง
  61. No one is harmed by thinking. =การไตร่ตรองยั้งคิด ไม่เคยทำอันตรายใคร
  62. Order will render the work facile. = ความมีระเบียบวินัย เป็นสิ่งที่ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น
  63. Every obstacle is surmountable. = อุปสรรคทุกอย่าง ย่อมผ่านพ้นไปได้เสมอ
  64. Health is wealth. = ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
  65. What can’t be cured must be endured. =เมื่อสิ่งใดหมดทางที่จะแก้ไขได้แล้ว ก็ต้องยอมรับและทนในสิ่งนั้น
  66. Peace begins where ambition ends. =ความสงบจะเริ่มขึ้น ณ ที่ซึ่งความเห่อเหิม ทะเยอทะยานได้สิ้นสุดลงแล้ว
  67. Trial and error is  the source of our knowledge. =เมื่อได้ทดลองทำสิ่งใดๆ แล้วผิดพลาด
    นั่นคือข้อมูลแห่งความรู้ของเราเอง
  68. Happyness belong to the contented. =บุคคลจะมีความสุขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ
  69. Don’t shrink any task because of its arduousness. =อย่าละทิ้งงานใดๆ เพียงเห็นว่างานนั้นยาก
  70. The tongue is like a sharp knife; it kills without drawing blood.= ลิ้นเหมือนมีดคม สามารถฆ่าได้โดยไม่มีเลือดตก

          หวังว่านักเรียนคงได้ความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้นนะจ๊ะ
          ภาษาอังกฤษง่ายๆใครก็เก่งได้ขอเพียงแต่…..ไม่ท้อ …Bye.